IN NEWS

นายกฯถกกพช.ชง7มาตรการแก้พลังงาน แยกบิลไฟบ้าน-หลวง/หนุนData Center



กรุงเทพฯ-นายกฯ ประชุมกพช. ไฟเขียว7 มาตรการลดภาระค่าไฟบ้านอยู่อาศัย เปิดตลาดไฟสะอาดเสรี สั่งแยกบิลค่าไฟฟ้าสาธารณะกับไฟบ้าน หนุนเปิดเสรีไฟฟ้าสะอาด

วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2569 (ครั้งที่ 176)

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญด้านพลังงาน เรื่องโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งยกระดับระบบไฟฟ้าของประเทศให้รองรับการลงทุนด้าน Data Center ดังนี้

1. เห็นชอบนโยบายการกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทย (พ.ศ. 2569–2573) โดยให้ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยหน่วยที่ 1-200 หน่วยแรก ปรับลดเหลือ 3 บาทต่อหน่วย โดยหน่วยที่ 201-400 และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป ยังคงอัตราเดิม โดยตัดต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออก ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกระดับการใช้ได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังขยายนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยให้ครอบคลุมกิจการให้เช่าที่พักอาศัย เช่น บ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ รวมถึงบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน ซึ่งปัจจุบันต้องใช้ไฟฟ้าประเภทชั่วคราวที่มีอัตราสูงกว่า ให้สามารถใช้อัตราเดียวกับบ้านอยู่อาศัยได้ ช่วยลดภาระให้กับกลุ่มผู้เช่าที่พักซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและผู้ใช้แรงงาน
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้แยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ไฟถนน ออกจากอัตราที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป และกำหนดเป็นอัตราใหม่โดยเฉพาะ พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อให้จัดเก็บเงินเข้ากองทุนจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม

2. เห็นชอบการวางหลักประกันการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับกิจการ Data Center  เพื่อยืนยันความพร้อมและความตั้งใจลงทุนจริงก่อนที่ภาครัฐจะลงทุนขยายระบบไฟฟ้ารองรับ พร้อมกำหนดให้ต้องจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำประกอบด้วย เนื่องจากเป็นกิจการที่ใช้น้ำปริมาณมากในระบบหล่อเย็น ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลงทุนเกินความจำเป็น ซึ่งจะทำให้เกิดภาระกับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำจากประชาชนและภาคการเกษตร

3. เห็นชอบให้ปลดล็อกมาตรการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ผ่านการขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ให้ครอบคลุมทั้งกิจการ Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด เปิดให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จัดหาไฟฟ้าสะอาดได้ตรงจากผู้ผลิต ตอบโจทย์มาตรฐานการค้าระหว่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อเป็นการเปิดตลาดไฟฟ้าสะอาด มุ่งไปสู่การแข่งขันเสรี

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านพลังงาน และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแนวทางการจัดทำกฎหมายเฉพาะสำหรับกำกับดูแล Data Center ในประเทศไทย เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงต้องพิจารณาผลกระทบรอบด้าน ทั้งด้านการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากต่อเนื่อง กฎหมาย ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงมลภาวะทางเสียงจากการดำเนินงาน

“รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง มีความโปร่งใส และเกิดความเป็นธรรม ต่อผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วน ตลอดจนกำหนดแนวทางด้านอัตราค่าไฟฟ้าให้สามารถรองรับการลงทุนใหม่ โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และภาระค่าครองชีพของประชาชน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

กพช.เคาะแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟประชาชน

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการด้านไฟฟ้า 7 เรื่อง ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือลดภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชนทั่วไป ควบคู่กับการดูแลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากอย่าง Data Center และภาคอุตสาหกรรมรับผิดชอบต้นทุนของตนเองอย่างเป็นธรรม โดยไม่ผลักภาระมาให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป

1. แยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป

เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน ที่ประชุมเห็นชอบให้แยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ไฟถนน ออกจากอัตราที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป และกำหนดเป็นอัตราใหม่โดยเฉพาะ พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อให้จัดเก็บเงินเข้ากองทุนจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ ผู้ใช้ไฟฟ้า Data Center ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: DPPA) เงินจากการลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่ม (Adder) และโครงการโซลาร์ชุมชน โดยนำเงินดังกล่าวไปใช้ลดค่าไฟฟ้าสาธารณะและลดภาระค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยต่อไป นายเอกนัฏฯ ย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มุ่งสู่พลังงานสะอาด อย่างมั่นคง ปรับโครงสร้างสู่การแข่งขันเสรี ให้ราคาเป็นธรรม

2. ลดค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย พร้อมปรับปรุงนิยามค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย

ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยหน่วยที่ 1-200 หน่วยแรก ปรับลดเหลือ 3 บาทต่อหน่วย โดยหน่วยที่ 201-400 และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป ยังคงอัตราเดิม โดยตัดต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออก ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกระดับการใช้ได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังขยายนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยให้ครอบคลุมกิจการให้เช่าที่พักอาศัย เช่น บ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ รวมถึงบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน ซึ่งปัจจุบันต้องใช้ไฟฟ้าประเภทชั่วคราวที่มีอัตราสูงกว่า ให้สามารถใช้อัตราเดียวกับบ้านอยู่อาศัยได้ ช่วยลดภาระให้กับกลุ่มผู้เช่าที่พักซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและผู้ใช้แรงงาน

3. ขยายมาตรการ Direct PPA สู่ภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องการไฟฟ้าสะอาด

ที่ประชุมเห็นชอบให้ปลดล็อกมาตรการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ผ่านการขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ให้ครอบคลุมทั้งกิจการ Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด เปิดให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จัดหาไฟฟ้าสะอาดได้ตรงจากผู้ผลิต ตอบโจทย์มาตรฐานการค้าระหว่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อเป็นการเปิดตลาดไฟฟ้าสะอาด มุ่งไปสู่การแข่งขันเสรี

4. กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับ Data Center

ที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าแยกต่างหากสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท Data Center เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในการจัดหาไฟฟ้าและการลงทุนขยายโครงข่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการเข้ามาของกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนจากก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้า หรือต้นทุนจากลงทุนปรับปรุงระบบโครงข่ายที่ต้องการความมั่นคงเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ต้นทุนดังกล่าวกลายเป็นภาระกับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป

5. ให้ Data Center รายใหญ่วางหลักประกันการใช้สายส่งไฟฟ้า

สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่เฉพาะกิจการ Data Center ที่ประชุมเห็นชอบให้ต้องวางหลักประกัน (Bond) การใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อยืนยันความพร้อมและความตั้งใจลงทุนจริงก่อนที่ภาครัฐจะลงทุนขยายระบบไฟฟ้ารองรับ พร้อมกำหนดให้ต้องจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำประกอบด้วย เนื่องจากเป็นกิจการที่ใช้น้ำปริมาณมากในระบบหล่อเย็น ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลงทุนเกินความจำเป็น ซึ่งจะทำให้เกิดภาระกับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำจากประชาชนและภาคการเกษตร

6. Adder จัดการปัญหาสัญญาซื้อไฟฟ้าแพงชั่วนิรันดร์

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสัญญาซื้อไฟฟ้าแพงชั่วนิรันดร์ ที่ประชุม กพช. จึงเห็นชอบการดำเนินการตามที่ข้อเสนอของ คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ที่มีรองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เป็นประธาน โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้เสนอให้ 1) การกำหนดวันสิ้นสุดสัญญากับ SPP และ VSPP ประเภท Non-Firm ที่มีการต่ออายุสัญญาอัตโนมัติทุกรายให้ชัดเจน 2) ปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ในอัตรา 2.1579 บาทต่อหน่วย 3) โดยมอบหมายให้ทั้ง 3 การไฟฟ้าดำเนินการเจรจาแก้ไขสัญญาต่อไป

7. เดินหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ (Community -based Solar Farm Generation Project) ปรับเกณฑ์ใหม่ให้เป็นธรรมทุกฝ่าย

ที่ประชุมเห็นชอบให้เดินหน้าโครงการในรูปแบบโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อโครงการ กำหนดเป้าหมายรับซื้อรวมไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ โดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการ ในอัตรารับซื้อแบบ Feed-in Tariff (FiT) 2.1679 บาทต่อหน่วย สัญญา Non-Firm ระยะเวลา 25 ปี โดยกำหนดหลักการ 1 ตำบล ต่อ 1 โครงการ เพื่อให้ประโยชน์กระจายไปในหลายพื้นที่ ไม่กระจุกตัวอยู่เพียงจุดใดจุดหนึ่ง

นายเอกนัฏฯ เน้นย้ำว่า เป็นการปรับให้นำผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาไปลดค่าไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ วิธีการคัดเลือกเอกชนผู้พัฒนาโครงการก็ได้ปรับจากหลักการ “ยื่นก่อนได้สิทธิก่อน” มาเป็นการแข่งขันด้วยเกณฑ์คะแนนคุณภาพ (Competitive Scoring) ทั้งนี้ ผู้พัฒนาแต่ละรายมีสิทธิได้รับคัดเลือกสูงสุดไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวอยู่กับรายใดรายหนึ่งทั้งนี้โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าปลายสาย จากการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด ทำให้ลดต้นทุนของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย