IN NEWS

'พิพัฒน์'ถกบอร์ดทางรางชง4มิติยกระดับ 'รางไทย'ครั้งใหญ่ชูท่องเที่ยว-โลจิสติกส์



กรุงเทพฯ-"พิพัฒน์ – สิริพงศ์" ยกระดับรางไทยครั้งใหญ่ คุมเข้มรถไฟสินค้า – ยกระดับมาตรฐานคนขับ – ขยายแผนรถไฟฟ้าคนเมือง - ดันท่องเที่ยวทางราง กระตุ้นเศรษฐกิจทั่วประเทศผ่านบอร์ดรางฯ วางรากฐานความปลอดภัยสูงสุดของระบบรางไทย มุ่งให้ประชาชนเดินทางสะดวก ปลอดภัย เข้าถึงได้ และเติบโตไปพร้อมเศรษฐกิจไทย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ครั้งที่ 2/2569 พิจารณาร่างกฎหมายและนโยบายแก้ไขปัญหาควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากระบบรางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงการอุดมศึกษาฯ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ เข้าร่วมประชุม ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยว่า การประชุมมีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับความปลอดภัยของระบบรางไทยให้มีมาตรฐานสูงสุด และกรณีเกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟสินค้าชนกับรถโดยสารประจำทาง จึงเร่งกำหนดมาตรการที่สามารถสร้างความมั่นใจ ลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับการใช้ระบบรางอย่างมีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างกฎหมายด้านความปลอดภัยและมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางรางเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนี้

มิติที่ 1 การยกระดับความปลอดภัยและจัดระเบียบการขนส่งสินค้าทางรางในเขตเมือง จากบทเรียนอุบัติเหตุเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมเตรียมประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตเฝ้าระวังพิเศษ โดยห้ามขบวนรถสินค้าเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครและเส้นทางเข้าสู่สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง หรือ ICD ลาดกระบัง (ยกเว้นช่วงเวลา 22.00 - 04.00 น.) พร้อมจำกัดความเร็วสูงสุดไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และห้ามเดินรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่กรุงเทพมหานครตลอด 24 ชั่วโมง เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ

มิติที่ 2 การบูรณาการระบบรางเข้ากับการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ โดยจัดตั้งคณะอนุกรรมการบูรณาการพัฒนาการท่องเที่ยวทางราง ประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางรางภายใต้แนวคิด การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล หรือ Tourism for All ผลักดันการท่องเที่ยวทางรางให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

มิติที่ 3 เห็นชอบแผนพัฒนาระบบการขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในระยะยาว มุ่งขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม เชื่อมโยงการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ หรือ Seamless Mobility และบูรณาการกับระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่น หรือ Feeder เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง แก้ปัญหาจราจร และรองรับการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน

มิติที่ 4 การวางรากฐานทางกฎหมายเพื่อควบคุมมาตรฐานผู้ประกอบการ ตัวรถ และบุคลากร โดยที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการร่างกฎหมายลำดับรอง 6 ฉบับ ครอบคลุมหลักเกณฑ์การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนเพียงพอ และใบอนุญาตมีอายุไม่เกิน 30 ปี รวมถึงการกำหนดประเภทรถขนส่งทางราง คุณสมบัติและมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยของรถ ตลอดจนคุณสมบัติของพนักงานขับรถและพนักงานควบคุมรถ ทั้งด้านอายุ สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และทักษะวิชาชีพ

นอกจากนี้ ยังเดินหน้ายกระดับความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล โดยกำหนดให้สามารถแสดงใบอนุญาตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ทั้งใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ และใบอนุญาตตัวรถขนส่งทางราง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย รวมถึงเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ และการให้ผู้ประกอบกิจการต้องจัดทำประกันความเสียหายให้มีความคุ้มครองตลอดอายุใบอนุญาต โดยพิจารณาวงเงินขั้นต่ำตามประเภทใบอนุญาตและมูลค่าโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของกิจการและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการและประชาชน ขณะเดียวกัน รถขนส่งทางรางทุกประเภทต้องผ่านการจดทะเบียน มีโครงสร้างมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน และจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมสำหรับผู้ทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ และรถเข็นคนพิการ ส่วนพนักงานขับรถและพนักงานควบคุมรถต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย การประเมินสุขภาพจิต ต้องไม่เป็นผู้ติดสารเสพติดให้โทษ และผ่านการทดสอบทักษะวิชาชีพตามมาตรฐาน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศ ทั้งการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การยกระดับความปลอดภัยของการขนส่งสินค้า การคุมเข้มมาตรฐานตัวรถและบุคลากร รวมถึงการบูรณาการระบบราง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยทุกแผนงานและกฎระเบียบมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมั่นใจ ปลอดภัย เข้าถึงบริการได้ง่ายและเท่าเทียม พร้อมผลักดันให้ระบบรางเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำการเฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ และการจัดทำแผนพัฒนาด้านความปลอดภัย ด้วยความระเอียดรอบคอบและครอบคลุมการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว สำหรับการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ ให้พิจารณาองค์ประกอบด้วยความเหมาะสมจะต้องครอบคลุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง