IN NEWS
นายกฯแย้ม!4บิ๊กเทคจีนพร้อมเท7หมื่นล. ขยายลงทุนในไทยแนะเร่งพัฒนาทักษะคน
นายกฯ-ปลื้ม 4 บิ๊กเทคจีน พร้อมขยายลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้านบาท ! ตอบรับข้อเสนอนายกรัฐมนตรีช่วยพัฒนาทักษะ (upskill) แรงงานไทยและนโยบาย“Thailand FastPass” เบ็ดเสร็จจุดเดียว ช่องขจัด “ค่าน้ำร้อน น้ำชา” !
วันนี้ (19 ก.ค.) เวลา 16.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้สัมภาษณ์คณะสื่อมวลชน ที่ติดตามรายงานภารกิจการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน พอใจความสำเร็จจากนายกรัฐมนตรีนำทีมไทยแลนด์พบหารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน 4 บริษัทเมื่อวานนี้ ( 18 ก.ค.) กลุ่มนักลงทุนจีนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง มีความมั่นใจและพอใจที่ได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเป้าหมายและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และพร้อมจะขยายการลงทุนเติมโดยเฉพาะในสาขา R & D เพื่อตอบรับนโยบายและข้อเสนอแนะนายกรัฐมนตรีในการพัฒนาทักษะ (upskill) แรงงานไทย
นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ถึงการหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำจีน 4 ราย ยืนยันว่ามีแผนการลงทุนในประเทศไทย โดยมูลค่ารวมกันกว่า 70,000 ล้านบาทภายในปีนี้ โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำและเทคโนโลยีขั้นสูง (Precision Technology) เช่น อุปกรณ์รับส่งสัญญาณทางแสง (optical transceiver) เพื่อรองรับธุรกิจ Data Center, เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และ ไมโครชิป สำหรับการสื่อสารความเร็วสูง รวมถึงการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง
“การลงทุนมหาศาลครั้งนี้คาดว่า จะทำให้เกิดการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นคนโดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะ (Upskill) แรงงานไทยจะ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่จากบริษัทชั้นนำเหล่านี้โดยตรง เพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว” นายกรัฐมนตรีระบุ
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสาเหตุสำคัญที่นักลงทุนจีนเลือกไทยเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบขนส่งและสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อการเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ นอกประเทศจีน เพื่อรับมือกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์
“Thailand FastPass” เบ็ดเสร็จจุดเดียว ช่องขจัด “ค่าน้ำร้อน น้ำชา” !
นายกฯกล่าวต่ออีกว่า สำหรับภารกิจการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16 - 20 กรกฎาคม 2569 โดยเฉพาะนโยบาย “Thailand FastPass” ของ BOI โดยเป็นการบริการแบบเบ็ดเสร็จ (One-stop Service) เป็นการอำนวยความสะดวกต่อ นักลงทุนสามารถเดินเข้ามาที่จุดเดียวเพื่อรับบริการ ช่วยเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและอนุญาตต่าง ๆ ให้รวดเร็วขึ้น สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน เพราะมีความสะดวกและโปร่งใส โดยเฉพาะการที่ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์หรือ “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” เหมือนในอดีต สามารถลดการติดต่อหลายหน่วยงาน ซึ่งทำให้การดำเนินมีความให้ยุ่งยากและยาวนาน แต่ “Thailand FastPass” BOI จะเป็นผู้ประสานงานและขจัดอุปสรรคทั้งหมดให้เพียงจุดเดียว
“ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนและปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ” นายกรัฐมนตรีกล่าวกับสื่อมวลชน
