IN NEWS

นายกฯทบทวนแลนด์บริดจ์แก้แผนลงทุน ให้เชื่อมไทยสู่ฮับโลจิสติกส์ในอาเซียน



กรุงเทพฯ-นายกฯ ทบทวนแลนด์บริดจ์ ปรับแผนเร่งลงทุน โดยเฉพาะการเติมเต็มจุดเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมที่ยังขาดความสมบูรณ์ (Missing Links) ทั้งระบบรางและระบบถนน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง การค้า และการลงทุนของประเทศเชื่อมไทยสู่ฮับโลจิสติกส์อาเซียน

วันนี้ (วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนแนวทางการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ ควบคู่กับการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถดำเนินการได้ทันที โดยเฉพาะการเติมเต็มจุดเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมที่ยังขาดความสมบูรณ์ (Missing Links) ทั้งระบบรางและระบบถนน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง การค้า และการลงทุนของประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบจากการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค หากสามารถเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมที่ยังขาดช่วง จะช่วยให้การขนส่งสินค้ารวดเร็วขึ้น ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และดึงดูดการลงทุนได้โดยไม่จำเป็นต้องรอโครงการขนาดใหญ่แล้วเสร็จ

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า สถานการณ์ความไม่แน่นอนของเส้นทางเดินเรือโลก โดยเฉพาะจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการมีเครือข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ทั้งทางถนน ทางราง ทางทะเล และทางอากาศ เพื่อสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

หนึ่งในแนวทางสำคัญที่รัฐบาลผลักดัน คือการเติมเต็ม Missing Links ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North–South Economic Corridor) ซึ่งเชื่อมจีน สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์   ทั้งนี้ ในการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการที่ผ่านมา  นายกฯก็ได้กล่าวถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะเร่งผลักดันการเชื่อมโยงทางรถไฟจากอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ไปยังเมืองนาเตยของ สปป.ลาว และต่อเนื่องถึงเมืองโม่ฮันของจีน   เพื่อให้โครงข่ายรถไฟของภูมิภาคเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและเสริมศักยภาพการค้าระหว่างประเทศ

สำหรับระยะเร่งด่วน รัฐบาลจะเร่งพัฒนาท่าเรือจังหวัดระนอง พร้อมเชื่อมโยงกับจังหวัดชุมพรผ่านระบบรางและระบบถนน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและอ่าวไทย โดยจะพิจารณาความคุ้มค่า รูปแบบการลงทุน และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน ก่อนกำหนดแนวทางดำเนินการในขั้นต่อไป

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ทำได้จริง เห็นผลเร็ว และสร้างประโยชน์ต่อประชาชนและภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม การเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมที่ยังขาดช่วง จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มโอกาสทางการค้า การลงทุน และยกระดับบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงของภูมิภาค ควบคู่กับการศึกษาการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อประเทศ” นางสาวรัชดากล่าว