MOTORING

UGOฉลอง23ปีผู้นำตลาดรถกอล์ฟไฟฟ้า ดันธุรกิจไทยสู่แบรนด์GRANDE®



กรุงเทพฯ, ประเทศไทย: 30 กรกฎาคม 2569 – บริษัท อูโก จำกัด (UGO) ผู้นำด้านรถกอล์ฟไฟฟ้าในประเทศไทยมากว่า 23 ปี ประกาศยกระดับบทบาทจากการเป็นผู้จัดจำหน่าย สู่การเป็น “แหล่งความรู้” และที่ปรึกษาด้านโซลูชันการเดินทางอัจฉริยะ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดรถกอล์ฟไฟฟ้าในอาเซียนที่คาดว่าจะพุ่งสูงถึง 87.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2035 พร้อมชูแบรนด์ GRANDE® (แกรนเด) มุ่งตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจ High-end และโครงการ Smart City ทั่วประเทศ

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนด้านการรับเทคโนโลยีรถกอล์ฟไฟฟ้า โดยมีแรงหนุนสำคัญจากนโยบายภาครัฐ อาทิ นโยบาย 30@30 ที่ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไร้มลพิษ (Zero Emission Vehicle) ให้ได้ 30% ภายในปี 2030 และแพ็กเกจภาษี EV 3.5 ที่ช่วยลดอากรนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ส่งผลให้ความต้องการรถกอล์ฟไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในสนามกอล์ฟที่มีกว่า 306 แห่งทั่วไทยเท่านั้น แต่ยังขยายตัวเข้าสู่กลุ่มรีสอร์ทระดับ 5 ดาว โรงพยาบาล นิคมอุตสาหกรรม และโครงการเมกะโปรเจกต์อย่างสนามบินอู่ตะเภา และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3

คุณกัลยา คุณานันทกุล กรรมการบริหาร บริษัท อูโก จำกัด เปิดเผยว่า “น้ำมันขึ้นราคาทุกเดือน แต่การตัดสินใจที่ดีไม่มีวันแพง ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา UGO ไม่ได้แค่ขายรถกอล์ฟไฟฟ้า แต่เราเดินเคียงข้างลูกค้าในทุกองค์กรและทุกธุรกิจที่กล้าเลือกหนทางสู่อนาคตที่ดีกว่า ประสบการณ์สอนเราว่าความไว้วางใจไม่ได้สร้างจากคำพูด แต่เกิดจากการที่เราพร้อมเคียงข้างและสนับสนุนลูกค้าเสมอในทุกช่วงเวลาสำคัญ”

จากการสำรวจของ UGO พบว่าผู้ใช้งานกว่า 70% ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ UGO จึงมุ่งเน้นการให้คำปรึกษาเชิงลึกเพื่อช่วยให้ธุรกิจเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับลักษณะงาน โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 48% เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล สอดรับกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยที่ขยับให้เร็วขึ้นเป็นปี 2050

ภายใต้แนวคิด “Luxury Design, Maximum Impact” รถกอล์ฟไฟฟ้าแบรนด์ GRANDE® โดยอูโก ได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มรีสอร์ทและโครงการอสังหาริมทรัพย์คือรุ่น 4–6 ที่นั่ง เนื่องจากมีความสมดุลระหว่างต้นทุนและการใช้งาน พร้อมบริการหลังการขายที่ครอบคลุมผ่านเครือข่ายศูนย์บริการที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองหลัก