POLITICS

ดีอีเร่งปราบ'สแกมเมอร์'เดินหน้ายกระดับ สกัด'บัญชีม้า'รวมข้อมูลเร่งคืนเงินเหยื่อ



กรุงเทพฯ-รมว.ดีอี เร่งเครื่องปราบ “สแกมเมอร์” ยกระดับสกัด "บัญชีม้า" รวมศูนย์ฐานข้อมูล เร่งรัดคืนเงินผู้เสียหาย เดินหน้าแผนสร้างภูมิคุ้มกันประชาชน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 3/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายไชยชนก กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศหลักเกณฑ์การประกาศรายชื่อ "บัญชีม้า" ทุกสี จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงดีอี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งจะเตรียมควบรวมฐานข้อมูลข้ามธนาคารแบบเรียลไทม์ โดยหากพบบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินทุจริตในธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ระบบจะระงับบัญชีของบุคคลนั้นทันทีในทุกธนาคาร

ขณะเดียวกัน จะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางใน 3 ระบบ ด้วยกันคือ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลธนาคารผ่าน Central Fraud Registry (CFR) สำหรับแลกเปลี่ยนเส้นทางการเงินและรายชื่อบุคคลเสี่ยง ฐานข้อมูลจากระบบตรวจจับพฤติกรรมบัญชีธนาคารที่มีความผิดปกติ ร่วมกับฐานข้อมูลของ ปปง. และฐานข้อมูลจาก AOC 1441 ที่รวบรวมรายชื่อผู้ถูกดำเนินคดี

ทั้งนี้ร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะช่วยยกระดับการปราบปรามบัญชีม้า โดยเมื่อระบุตัวเจ้าของบัญชีม้าได้ จะมีการระงับช่องทางการทำธุรกรรมทั้งหมด (Mobile Banking, ATM, ธุรกรรมออนไลน์) ในทุกบัญชีของทุกธนาคาร พร้อมกับขึ้นบัญชี blacklist ห้ามเปิดบัญชีธนาคารใหม่โดยเด็ดขาด และดำเนินการเชิงรุก ระงับบัญชีที่มีความเสี่ยงสูง แม้ยังไม่มีผู้เสียหายแจ้งความก็ตาม เพื่อกักกันเงินในบัญชีไว้ก่อนถูกโอนออก

นอกจากนี้จากพฤติกรรมในปัจจุบันของ “สแกมเมอร์” ที่มีการหลอกลวงให้เด็กและเยาวชนเปิดบัญชีธนาคารมากขึ้น ทำให้ทาง ธปท. ได้เริ่มดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์การจำกัดวงเงินโอน/ชำระเงินต่อวันผ่านบัญชีธนาคาร และ e-Money ของเยาวชนอายุ 12-18 ปี ไม่เกิน 3,000-10,000 บาทต่อวันตามช่วงอายุ โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใต้เดือนตุลาคม 2569

สำหรับการยกระดับมาตรการดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยหากประชาชนที่ถูกระงับบัญชีโดยไม่ได้ตั้งใจ สามารถติดต่อสายด่วน AOC 1441 กด 2 เพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นธนาคารจะเร่งตรวจสอบและปลดล็อกบัญชีให้โดยเร็ว

ในส่วนของหลักเกณฑ์การคืนเงินผู้เสียหายตามกฎกระทรวงฯ ที่ประชุมจะเร่งดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินผ่านระบบของ ปปง. ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล เพื่อให้ทันต่อการที่กฎกระทรวงฯ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยมี ปปง. เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับดีอี ตร. ธปท. สมาคมธนาคารไทย TEPA/e-Money ก.ล.ต. และสมาคมผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัล โดยกำหนดเป็นมาตรการเชิงลึกเร่งด่วนภายใน 90 วัน ให้แล้วเสร็จภายในกันยายน 2569

“นอกเหนือจากมาตรการปราบปราม ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการป้องกันภัยออนไลน์ อาทิ โครงการแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง (DE-fence) บริการข้อมูลแจ้งเตือนเบอร์โทรต้องสงสัย โครงการสร้างความตระหนักรู้ภัยออนไลน์แก่ประชาชน (DE Digital Shield) ผ่านการประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆ และการจัดกิจกรรมในพื้นที่กทม.และส่วนภูมิภาค และศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (AFNC) ซึ่งขยายเครือข่ายแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และรับมือกับข่าวปลอมรวมถึงอาชญากรรมออนไลน์ในภาพรวม” รมว.ดีอี กล่าว