IN NEWS
นายกฯชูSMEเป็นหัวใจเศรษฐกิจไทยรัฐฯ พร้อมเป็น'ลมใต้ปีก'เสริมความแกร่ง
กรุงเทพฯ-นายกฯ ชู SME เป็นหัวใจเศรษฐกิจไทย พร้อมเป็น “ลมใต้ปีก” ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน เปิดโอกาสผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน
วันนี้ (7 สิงหาคม 2569) เวลา 19.50 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 และรางวัล SME Provincial Champion Awards ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 โดยมีคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผู้ประกอบการ SME และภาคธุรกิจเข้าร่วมงาน

ก่อนเริ่มพิธี ผู้เข้าร่วมงานได้ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจใหม่ที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และแม้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลให้ธุรกิจบางประเภทต้องปรับตัวหรือทยอยลดบทบาทลง แต่ขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการด้วย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความสามารถในการปรับตัวไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการอยู่รอดและการเติบโตของธุรกิจ โดยรัฐบาลตระหนักว่า SME ไทยจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มผลิตภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรม การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและตลาดที่กว้างขึ้น รวมถึงการเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งในประเทศและระดับสากล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การยกระดับศักยภาพของ SME ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตร ในการสร้างระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสทางการตลาดได้อย่างทั่วถึง อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดัน SME ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
“โครงการ SME National Awards และการขยายผลสู่ SME Provincial Champion Awards หรือรางวัลสุดยอด SME จังหวัด ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย โดยไม่ได้มุ่งเพียงการมอบรางวัลแก่ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังเป็นกลไกในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการ ค้นหาและส่งเสริมธุรกิจที่มีศักยภาพ ตลอดจนสร้างผู้ประกอบการต้นแบบที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น”
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลทุกคน พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่น ความพยายาม และความสามารถในการพัฒนาองค์กรให้เติบโตท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขัน โดยระบุว่า ความสำเร็จของผู้ได้รับรางวัลไม่ได้สะท้อนเพียงผลประกอบการที่เติบโต แต่ยังสะท้อนถึงการบริหารธุรกิจอย่างมีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถเป็นต้นแบบให้แก่ผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ
นายกรัฐมนตรียังแสดงความหวังว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลจะนำความสำเร็จในวันนี้ไปต่อยอดสู่การเติบโตในระดับที่สูงขึ้น พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจให้เข้มแข็ง และผลักดันให้ SME ไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะทำหน้าที่เป็น "ลมใต้ปีก" ของผู้ประกอบการไทย ด้วยการลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี องค์ความรู้ และโอกาสทางการตลาด เพื่อสร้างการจ้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ก่อนเปิดงานอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 และรางวัล SME Provincial Champion Awards ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 แก่ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและมีผลงานโดดเด่น รวม 15 รางวัล ประกอบด้วย
- รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติยอดเยี่ยม ครั้งที่ 18 (The Best of the Best SME Thailand Award) จำนวน 1 รางวัล
- รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 (ระดับภาคธุรกิจ) จำนวน 3 รางวัล
- รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ 3 ปีซ้อน จำนวน 5 รางวัล
- รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ 5 ปีซ้อน (Hall of Fame) จำนวน 2 รางวัล
- รางวัลสุดยอดธุรกิจ 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ภายใต้ SME Provincial Champion Awards จำนวน 4 รางวัล
