LEARNING
อว.ผสานพลังพม.ดึงนวัตกรรม-งานวิจัย แก้จนถาวร/มอบ'เครื่องไพโรไลซิส'
กรุงเทพฯ-กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว). จับมือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดมิติใหม่การพัฒนาสังคมแบบบูรณาการนำงานวิจัยและเทคโนโลยีลงพื้นที่ระดับครัวเรือน ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ระหว่าง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และเครือข่ายองค์กรชุมชน พร้อม KICK OFF มอบเครื่องผลิตน้ำมันจากขยะ (ไพโรไลซิส) มุ่งแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต ตลอดจนการพัฒนาชุมชนยั่งยืนอย่างแท้จริง
การลงพื้นที่และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามระหว่าง ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และนางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ร่วมกับ นางธนสร ทองฉ่ำ ผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชน โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. คณะผู้บริหาร นักวิจัย เจ้าหน้าที่ ผู้แทนชุมชน พร้อมภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกิจกรรมและแสดงความยินดี ในวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ สหกรณ์เคหสถาน คลองลัดภาชีร่วมพัฒนา จำกัด เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ความเข้มแข็งของประเทศไทย ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องหยั่งรากลึกและเติบโตขึ้นจากระดับชุมชน หมู่บ้าน ขยายวงกว้างไปสู่ระดับเขต อำเภอ และจังหวัด ชุมชนคลองลัดภาชีแห่งนี้คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความสำเร็จนั้น วันนี้ กระทรวง อว. ไม่ได้เพียงแค่นำเทคโนโลยีหรือเครื่องจักรมามอบให้ แต่เราตั้งใจนำ 'นวัตกรรมที่ทำประโยชน์ได้จริง' ลงมาเสริมอาวุธให้ชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการจัดการขยะ เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือการต่อยอดวิสาหกิจชุมชน ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากการรับฟังเสียงของพื้นที่เป็นหัวใจสำคัญ
"...การลงนามความร่วมมือในวันนี้ เป็นเสมือนคำมั่นสัญญาว่า สิ่งที่เรานำมามอบให้ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่เป็น 'ของจริง' ที่จะเข้าไปเปลี่ยนชีวิต สร้างรายได้ และลดรายจ่ายอย่างยั่งยืน เราจะร่วมกันปักหมุดความสำเร็จที่คลองลัดภาชีเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนจะขยายโมเดลความเข้มแข็งนี้ให้ครอบคลุมไปทั่วทุกภูมิภาค เพราะเมื่อเศรษฐกิจฐานรากของเรามั่นคง ประเทศไทยก็จะมีศักยภาพและอำนาจการต่อรองที่ทัดเทียมในเวทีโลก" รมว.อว. กล่าว
นายนิกร กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของกระทรวง พม. คือการเปลี่ยนผ่านจากการสร้างที่อยู่อาศัยให้กลุ่มเปราะบาง ไปสู่การ “สร้างชุมชนที่เข้มแข็ง” ชุมชนคลองลัดภาชีถือเป็นต้นแบบความสำเร็จที่มีประสิทธิภาพและต่อยอดไปได้ไกลที่สุดในประเทศ เพราะไม่เพียงแต่มีความเข้มแข็งด้านสังคม แต่ยังสามารถต่อยอดการจัดการขยะ พลังงานทางเลือก และสร้างอาชีพใหม่ได้ วันนี้ด้วยการบูรณาการร่วมกับกระทรวง อว. ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับประเทศลงมาสู่พื้นที่ เรากำลังร่วมกันจุดประกายความสำเร็จนี้ ซึ่ง พม. มุ่งมั่นที่จะขยายผลโมเดลนี้ไปยังโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
ในการนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมดำเนินกิจกรรมที่มี IMPACT ต่อสังคมและเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม ดังนี้
1. KICK OFF นวัตกรรมไพโรไลซิส (Pyrolysis) นวัตกรรมเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน ขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน" โดยมอบเครื่องแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงผลงานวิจัยระดับประเทศจาก วว. เพื่อช่วยลดปริมาณขยะในชุมชนและแปลงขยะเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านการจัดการขยะชุมชน โดยนำเทคโนโลยีความร้อนสลายพลาสติกในภาวะปราศจากออกซิเจน มาเปลี่ยนขยะพลาสติกที่ย่อยสลายยากและไร้ค่า ให้เป็น “น้ำมันเชื้อเพลิงทดแทน” (Pyrolysis Oil) ที่นำไปใช้งานได้จริงกับเครื่องจักรการเกษตร เครื่องสูบน้ำ เรือประมง หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในชุมชน
นวัตกรรมนี้มอบประโยชน์ที่ครอบคลุมใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.ระดับครัวเรือนและชุมชน ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน สร้างรายได้และอาชีพใหม่ ชุมชนสามารถตั้งศูนย์คัดแยกขยะเพื่อป้อนเข้าสู่เครื่องไพโรไลซิส และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบสวัสดิการชุมชน เพื่อดูแลกลุ่มผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสอย่างพึ่งพาตนเองได้ 2.ระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณขยะสะสมในชุมชนอย่างตรงจุด ลดปัญหาการเผาขยะกลางแจ้งที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศ ยกระดับสุขอนามัยและคุณภาพชีวิต ลดแหล่งสะสมของเชื้อโรคและสัตว์พาหะ นำไปสู่สิ่งแวดล้อมน่าอยู่และน่ามอง ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนในชุมชน 3.ระดับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นพลังงานที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่สูญเปล่าไปกับการฝังกลบ ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากภายนอก และ 4.ระดับประเทศและการพัฒนาที่ยั่งยืน สนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการขยะแบบเดิม (การเผาและการฝังกลบ) สนับสนุนนโยบาย BCG Economy Model ของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเป็นโมเดลต้นแบบการแก้จนด้วยวิทยาศาสตร์ (Sci-Tech Social Solution) โดยเป็น Sandbox สำคัญที่พิสูจน์ว่าการย่อส่วนงานวิจัยและเทคโนโลยีระดับอุตสาหกรรมสู่เทคโนโลยีชุมชน เพื่อชุมชนเข้าถึงเทคโนโลยีได้ ส่งผลให้เกิดการลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำอย่างถาวรและยั่งยืน
2. พลังงานทางเลือกบ้านมั่นคง มอบงบประมาณสนับสนุนโครงการ “พลังงานทางเลือกในโครงการบ้านมั่นคง” ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานครัวเรือน เสริมสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย เป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านชุมชนผู้มีรายได้น้อย จากเดิมที่เป็นเพียง “ผู้บริโภคพลังงาน” ให้เป็น “ชุมชนที่สามารถจัดการพลังงานตนเองได้อย่างยั่งยืน” ด้วยการประยุกต์ใช้นวัตกรรมพลังงานสะอาด เช่น ระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Power) ระบบบริหารจัดการพลังงานชุมชน และเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่
กิจกรรมในการลงพื้นที่ของทั้งสองกระทรวงบรรลุเป้าหมายการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่สำคัญของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล คือ 1.ปฏิรูปงานวิชาการสู่การปฏิบัติจริง มุ่งเน้นการสร้างโอกาส แก้ไขปัญหาความยากจนแบบตรงจุดและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วยองค์ความรู้ Sci-Tech 2.เชื่อมโยงข้อมูลและวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการจัดการขยะอุตสาหกรรมและชุมชนสร้างนวัตกรรมหมุนเวียนที่ต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง และ 3.สร้างรากฐานชุมชนเข้มแข็ง โดยการยกระดับที่อยู่อาศัย พัฒนาศักยภาพอาชีพและสร้างระบบการจัดการตนเองของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่าง อว. และ พม. ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการดำเนินงานทั้งสองกระทรวง ผ่านกลไก “โซลูชันแก้ไขความยากจนที่จับต้องได้” เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของ วว. และพลังการจัดองค์กรชุมชนของ พอช. โดยการมอบงบประมาณสนับสนุนพลังงานทางเลือกสำหรับเครื่องไพโรไลซิสและระบบโซลาร์เซลให้แก่ชุมชนต้นแบบบ้านมั่นคง คลองลัดภาชี เพื่อจะใช้เป็นโมเดลในการขยายผลสู่ชุมชน ที่มีการจัดการลักษณะใกล้เคียงทั่วประเทศ เพื่อเปลี่ยน “ผู้ยากไร้” ให้เป็น “ชุมชนเข้มแข็งที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน”

