LEARNING
วว.ชูวทน.เสริมแกร่งเกษตรกร-SMEs ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล
กรุงเทพฯ-ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ในการเร่งหาทางรอดและสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ เร่งงานวิจัย พัฒนา และบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) แบบครบวงจร ตั้งแต่ "ห้องแล็บ...สู่ตลาดโลก" เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ พร้อมปักฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนบนโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy)
วว. เปลี่ยนงานวิจัยเป็น IMPACT เชิงเศรษฐกิจที่จับต้องได้มุ่งเน้น"งานวิจัยขึ้นหิ้งสู่ห้าง"ที่วัดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างชัดเจน ผ่านการนำวิทยาศาสตร์เข้าไปแก้ปัญหา (Pain Point) และสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจไทย ดังนี้
- สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมกว่า3,000 - 5,000 ล้านบาทต่อปีผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการให้บริการวิทยาศาสตร์แก่ภาคอุตสาหกรรมและชุมชน
- ยกระดับผู้ประกอบการ& SMEsส่งเสริมและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP, SMEs และ Social Enterprise มากกว่า5,000 รายต่อปีให้สามารถเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง
- ลดการนำเข้า – เพิ่มการส่งออกงานวิจัยด้านจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย สารสกัดชีวภาพ และเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ช่วยลดการนำเข้าสารเคมี/วัตถุดิบต่างประเทศได้ปีละหลายร้อยล้านบาท
- กระจายรายได้สู่ฐานรากสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายเฉลี่ย20–30%ต่อครัวเรือน

บูรณาการ STI ต่อยอดความหลากหลายทางชีวภาพไทย สู่ "Superfood & Bio-products"ประเทศไทยมีจุลินทรีย์ สมุนไพร พืชพรรณ และผลไม้เศรษฐกิจนับหมื่นชนิด วว. นำนวัตกรรมเข้ามาต่อยอดสร้างคุณค่าใหม่ (Value Creation) ผ่าน 3 กลุ่ม S-Curve สำคัญ ได้แก่
1.ศูนย์จุลินทรีย์ วว. (TISTR Culture Collection)คลังเก็บรวบรวมจุลินทรีย์อันดับ 1 ของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสายพันธุ์จุลินทรีย์มากกว่า 11,000 สายพันธุ์ นำมาสกัดเป็นโพรไบโอติก (Probiotics)อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) และปุ๋ยชีวภาพ ลดการนำเข้าจุลินทรีย์จากต่างประเทศ
2.สารสกัดสมุนไพรและเครื่องสำอาง (Cosmeceuticals)เปลี่ยนพืชสมุนไพรท้องถิ่นให้เป็นสารสกัดมูลค่าสูง สำหรับอุตสาหกรรมเวชสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ได้มาตรฐานสากล
3.บรรจุภัณฑ์และเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว (Smart Packaging & Post-harvest)ยืดอายุผลไม้ไทย เช่น ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี้ มังคุด ช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกและลดขยะอาหาร (Food Waste) ได้อย่างมหาศาล
พื้นที่ดำเนินงานสำเร็จเป็นรูปธรรมจาก "แล็บวิจัย" สู่ "ชุมชน-ท้องถิ่น" อาทิ
- "มาลัยวิทยสถาน" ยกระดับไม้ดอกไม้ประดับไทย (จ.เลย และ จ.ลำปาง)วว. นำวิทยาศาสตร์เข้าไปส่งเสริมการปลูกไม้ดอกไม้ประดับและไม้ใบเศรษฐกิจ ปรับปรุงสายพันธุ์ วางระบบการจัดการโรคพืช และสร้างบรรจุภัณฑ์ขนส่งที่ยืดอายุไม้ดอก เปลี่ยนเกษตรกรรายย่อยให้กลายเป็นผู้ส่งออก สร้างรายได้ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานมากกว่า 100 ล้านบาท
- นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า "ลำไย" ยกระดับเศรษฐกิจภาคเหนือ (จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่)แก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำด้วยการพัฒนานวัตกรรมแปรรูป เช่น ลำไยอบแห้งทรงคุณค่า สารสกัดซาร์โคเพนจากเมล็ดลำไยสำหรับบำรุงข้อต่อ และเทคโนโลยีการยืดอายุลำไยสดเพื่อการส่งออก ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตรกรได้นับร้อยล้านบาทต่อฤดูกาล
- "สงขลาเมืองสมุนไพร" และกลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพภาคใต้นำพืชท้องถิ่นและวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรมาสกัดเป็นสารฟังก์ชันนัล และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพเคมี (Biochemicals) สร้างโมเดลการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม
Øโครงสร้างพื้นฐาน STI: สะพานเชื่อม SMEs ไทยสู่ตลาดโลกหนึ่งในจุดแข็งของ วว. คือการมีโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (STI Infrastructure)ที่พร้อมให้บริการแบบ Total Solution
- โรงงานต้นแบบแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหาร (Pilot Plant)ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้ามาทดลองผลิตสินค้าจริงก่อนลงทุนสร้างโรงงาน ลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ
- การทดสอบ/มาตรวิทยาและระบบมาตรฐานสากลรับรองมาตรฐานสินค้าระดับสากล (ISO/IEC 17025) เพื่อให้สินค้าไทยผ่านการทดสอบความปลอดภัยและได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ
- ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยทีมนักวิจัยมืออาชีพ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมในยุคดิจิทัลและเทคโนโลยีทันสมัย
วว.พร้อมเคียงข้างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เปลี่ยนบทบาทประเทศไทยจากผู้ผลิตวัตถุดิบ เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีชีวภาพระดับภูมิภาค สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก วว. ติดต่อได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”https://tistrservices.tistr.or.th/
