ECON & BIZ
บี.กริมเพาเวอร์ผลงานไตรมาส2/69แกร่ง กำไรเติบโตเคาะจ่ายปันผลหุ้นละ0.18บ.
กรุงเทพฯ-บี.กริมเพาเวอร์ผลงานไตรมาส2/69แข็งแกร่ง กำไรสุทธิเติบโตนางสาวศิริวงศ์ เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนต่อเนื่องพร้อมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล0.18บาทต่อหุ้น
บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชีบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569ยังแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อเนื่องโดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับใช้สูตรค่าไฟใหม่ (New Tariff Formula) ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนก๊าซธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้นและมาตรการลดต้นทุนที่มีประสิทธิภาพรวมถึงเริ่มรับรู้ผลประกอบการจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) นอกจากนี้ยังมาจากปริมาณการขายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน2.7%มาอยู่ที่4,003กิกะวัตต์-ชั่วโมงสาเหตุหลักมาจากปริมาณไฟฟ้าขายแก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)เพิ่มขึ้น 1.9% และปริมาณไฟฟ้าที่ขายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม (IUs) ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น3.8%จากปีก่อน รวมถึงปริมาณไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากโครงการพลังงานหมุนเวียนเช่นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์
สำหรับรายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่0.4% จากปีก่อนมาอยู่ที่15,123ล้านบาทจากปริมาณการขายไฟฟ้ารวมที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าราคาขายไฟฟ้าให้แก่กฟผ. และราคาขายไอน้ำจะลดลงสอดคล้องกับราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงประกอบกับการลดลงของราคาขายไฟฟ้าให้แก่IUsตามการปรับลดของค่าFt รวมถึงรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการที่ลดลงในส่วนของ EBITDA ลดลง6% จากปีก่อนมาอยู่ที่3,509 ล้านบาทจากรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการที่ลดลงและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงซึ่งบันทึกในส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าโดยการลดลงดังกล่าวถูกชดเชยบางส่วนด้วยต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลงจากการปรับค่าก๊าซย้อนหลังที่รับรู้ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568
บี.กริม เพาเวอร์ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (NNP)- ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่478ล้านบาทเพิ่มขึ้น0.6% จากปีก่อนปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลงจากการบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีบวกกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิ – ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่676ล้านบาทเมื่อเทียบกับ7ล้านบาทจากปีก่อน จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
เหตุการณ์สำคัญในไตรมาสที่ 2 ที่ส่งผลต่อการเติบโตของบริษัทฯ ได้แก่ การเชื่อมเข้าระบบของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ในประเทศไทย จำนวน 0.7 เมกะวัตต์ จากกลุ่มก๊าซอุตสาหกรรมซึ่งคิดเป็นการเชื่อมเข้าระบบในช่วง6 เดือนแรกของปี 2569 รวม18.7 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน 2569บริษัท บี.กริมแอลเอ็นจี จำกัดได้นำเข้าLNGจำนวน1ลำรวมประมาณ68,000ตัน(3.5 ล้านล้านบีทียู) เข้าสู่ระบบPool Gasเพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมของ บี.กริมเพาเวอร์สำหรับธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทB.Grimm Power Korea Limited (บี.กริมเพาเวอร์ถือหุ้น100%)ซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกโดยบริษัทUnison Co., Ltd. ในสัดส่วนประมาณ85% (มูลค่า32,000ล้านวอน) สนับสนุนการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งNakwolขนาด 365เมกะวัตต์ซึ่งบริษัทฯถือหุ้นในสัดส่วน49%
ในเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทบี.กริมกรีนเนอร์ยี่จำกัดได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัทฟิวเจอร์กรีนเทคจำกัดจากบริษัทกรีนเนอร์ยี่โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัดเพื่อขยายการลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และบริษัทบี.กริมบียอนด์บริดจ์จำกัด(บี.กริมเพาเวอร์ถือหุ้น 100%)ได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่บริษัทบี.กริมไอเน็ตจำกัด(บี.กริมบียอนด์บริดจ์ถือหุ้น51%)เพื่อพัฒนาและดำเนินการเชิงพาณิชย์ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโซลูชันเทคโนโลยีสำหรับเดือนกรกฎาคม2569 บริษัทบี.กริมเพาเวอร์ฟิวเจอร์โซลูชั่นจำกัด(บี.กริมเพาเวอร์ถือหุ้น100%)ซื้อหุ้น51%ในบริษัทอรุณาเอ็กซ์โฮลดิ้งส์จำกัดเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของบี.กริมเพาเวอร์มากยิ่งขึ้น
บี.กริมเพาเวอร์ ตอกย้ำความสำเร็จด้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 โดยในเดือนมิถุนายน2569 ได้รับ11รางวัลจากFinanceAsia Awards 2026 จัดโดยFinanceAsiaสื่อชั้นนำด้านการเงินการลงทุนของภูมิภาคเอเชียนอกจากนี้ยังได้รับ6รางวัลจากงานThe 16th Asian Excellence Awards 2026จัดโดย Corporate Governance Asia สื่อชั้นนำด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลกิจการที่ดีของเอเชียตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลที่ดีการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้กับองค์กร
จากรายงานธนาคารแห่งประเทศไทย มองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.3%จากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานของภาครัฐรวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้นโดยในช่วงครึ่งหลังปี2569บี.กริมเพาเวอร์คาดว่าแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan: PDP) ฉบับใหม่และกรอบการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA)จะมีความชัดเจนมากขึ้นซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าในประเทศในระยะยาวผ่านการเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ทั้งโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมรวมถึงรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มจากอุตสาหกรรมเกิดใหม่เช่นกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์และอุตสาหกรรมอื่นที่ใช้ไฟฟ้าในระดับสูงทั้งนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ได้เตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการจัดหาไฟฟ้าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใต้PDP ฉบับใหม่อาทิโครงการโซลาร์ภาคประชาชน(Community Solar) โครงการ Independent Power Supply (IPS) และโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นๆควบคู่ไปกับการขยายโอกาสจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA)
สำหรับเป้าหมายในปี2569บี.กริม เพาเวอร์ วางแผนนำเข้าLNG ไม่เกิน6ลำหรือคิดเป็นปริมาณรวมประมาณ280,000 ตัน (14.4 ล้านล้านบีทียู)เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าSPP ของ บี.กริมเพาเวอร์ ผ่านระบบPool Gasโดยคาดการณ์ว่าราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับSPP อยู่ที่330-350บาทต่อล้านบีทียูเพิ่มขึ้นจากปี 2568 อยู่ที่323บาทต่อล้านบีทียูพร้อมตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าIUsรายใหม่เชื่อมเข้าระบบรวม50-60เมกะวัตต์นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มเติมได้แก่ 1. Zhongce Rubber โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคานิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้จังหวัดระยอง35 เมกะวัตต์ 2. Nakwol1 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง 365เมกะวัตต์และ 3. Huong Hoa1โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบนฝั่ง 48เมกะวัตต์ และโครงการอื่นๆรวมกำลังการผลิตสูงสุด30เมกะวัตต์
บี.กริม เพาเวอร์ยังได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.18 บาทต่อหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกปี 2569โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมายXD วันที่26สิงหาคม2569และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่11กันยายน2569
