ECON & BIZ

'ภัทรพงศ์'เดินหน้าดันSeaplaneยกระดับ การเดินทางทางอากาศเชื่อมเมือง-เกาะ



กรุงเทพฯ-“ภัทรพงศ์” เดินหน้าดัน Seaplane ยกระดับการเดินทางทางอากาศ เชื่อมเมือง - เกาะ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane) ครั้งที่ 1/2569 เพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนวางกรอบการพัฒนา Seaplane ของประเทศไทยให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศ โดยมีนายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) พร้อมด้วยผู้แทนจาก กรมเจ้าท่า (จท.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.)​ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)​ กองทัพอากาศ (ทอ.)​ กองทัพเรือ (ทร.)​ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม
 
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า คณะกรรมการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการใช้ Seaplane มีหน้าที่บูรณาการการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดทำแผนการดำเนินงานครอบคลุมมาตรการระยะสั้นและระยะยาว ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชน พร้อมให้คำแนะนำ กำกับ ติดตาม และสนับสนุนความพร้อมด้านการดำเนินงาน ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งการขับเคลื่อน Seaplane จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางระหว่างเมือง ชายฝั่ง และเกาะต่าง ๆ รวมทั้งเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานหรือการเดินทางทางบก ตลอดจนสนับสนุนภารกิจสาธารณประโยชน์และการช่วยเหลือประชาชนเมื่อมีความจำเป็น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) โดยมุ่งเชื่อมโยงเครือข่ายการเดินทางทางอากาศกับเมือง แหล่งท่องเที่ยว ชายฝั่ง และหมู่เกาะต่าง ๆ ของประเทศ อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความหลากหลายของระบบคมนาคมทางอากาศ รองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศในระยะยาว
 
นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ได้กำชับให้ สบพ. และ กพท. เร่งศึกษาและเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร โดยเฉพาะการกำหนดกรอบความรู้ ทักษะ และมาตรฐานการฝึกอบรมสำหรับนักบินและบุคลากรภาคพื้น เพื่อรองรับการดำเนินงานด้าน Seaplane ในอนาคต พร้อมสั่งการให้ จท. และ ทย. ศึกษาความเป็นไปได้ของการสร้างท่าเทียบอากาศยาน Seaplane โดยต้องคำนึงถึงบริบทและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับความปลอดภัย กฎหมาย สิ่งแวดล้อม และประโยชน์ของชุมชน ทั้งนี้ การประเมินศักยภาพพื้นที่น้ำจะพิจารณาครอบคลุมความจำเป็นและประโยชน์ของพื้นที่ การบินและความปลอดภัย การใช้พื้นที่น้ำและการเดินเรือ ตลอดจนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่คุ้มครอง และประโยชน์ต่อพื้นที่และชุมชน
 
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล กำหนดแนวทาง และขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งให้ Seaplane เป็นทางเลือกใหม่ของระบบคมนาคมที่ช่วยเชื่อมโยงการเดินทางและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ ควบคู่กับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมาย การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการสร้างประโยชน์แก่ประชาชนและชุมชนอย่างยั่งยืน