IN NEWS

คมนาคมย้ำกับผู้ประกอบการรถโดยสาร เน้น'ความปลอดภัย'ชูAI เสริมตรวจสภาพรถ



กรุงเทพฯ-“พิพัฒน์” ผนึกผู้ประกอบการรถโดยสาร เน้น "ความปลอดภัย" เป็นที่หนึ่ง ชู AI เสริมตรวจสภาพรถ ดันรถโดยสารไทยเป็นด่านแรกสร้างความประทับใจนักท่องเที่ยว หนุนไทยสู่ Tourism Hub

วันนี้ (26 สิงหาคม 2569) เวลา 8.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารไทย พร้อมด้วยนายสาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยมีนายสุริยะ แกล้วทนงค์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารไทย ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน ณ โรงแรม The Emerald Hotel กรุงเทพฯ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมในทุกมิติ โดยเฉพาะการขนส่งผู้โดยสารทางถนน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวในทุกภูมิภาค กระทรวงคมนาคม จึงมุ่งยกระดับมาตรฐานรถโดยสารไทยให้ “ปลอดภัย ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

นายพิพัฒน์ เน้นย้ำว่า “ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง” โดยมาตรฐานความปลอดภัยไม่ได้หมายถึงเพียงตัวรถเท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่สภาพรถ พนักงานขับรถ พนักงานประจำรถ ไปจนถึงความพร้อมของผู้โดยสารเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ให้บริการจึงควรสื่อสาร และสร้างความเข้าใจแก่ผู้โดยสารเกี่ยวกับอุปกรณ์ และระบบความปลอดภัยเบื้องต้น อาทิ การเปิดประตูฉุกเฉิน ทางออกฉุกเฉิน และแนวทางอพยพ เพราะเมื่อเกิดเหตุ ทุกวินาทีมีความหมายต่อชีวิต

“เราเคยมีบทเรียนจากความสูญเสียมาแล้วในอดีต แต่สิ่งนั้นไม่ควรเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะอุบัติเหตุกับรถที่นำเด็กนักเรียนไปทัศนศึกษา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น ผมขอฝากนายกสมาคมฯ คณะกรรมการ และผู้ประกอบการทุกท่านว่า ไม่ว่าเราจะพัฒนาธุรกิจหรือมีแผนรองรับนักท่องเที่ยวมากเพียงใดก็ตามแต่ สิ่งที่ต้องมาก่อนเสมอคือความปลอดภัยของผู้โดยสาร” นายพิพัฒน์ กล่าว

พร้อมกันนี้ นายพิพัฒน์ ได้มอบแนวทางให้กรมการขนส่งทางบก ยกระดับการกำกับดูแลรถโดยสาร ทั้งด้านกฎระเบียบ วินัยผู้ขับรถ และการตรวจสอบสภาพรถอย่างเข้มงวด พร้อมศึกษาและผลักดันการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการตรวจสอบ รวมถึงเทคโนโลยีที่จะเป็นเครื่องมือเสริมการทำงานของบุคลากร เพื่อให้การกำกับมาตรฐานรถโดยสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการนำเที่ยว และผู้ประกอบการรถโดยสารอย่างใกล้ชิด เพราะ “การเดินทาง” กับ “การท่องเที่ยว” เป็นเรื่องเดียวกัน นักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย ไม่ว่าจะออกจากสนามบิน สถานีรถไฟ หรือท่าเรือ หนึ่งในคนกลุ่มแรกที่นักท่องเที่ยวจะได้พบและสัมผัสบริการ คือ ผู้ให้บริการขนส่ง ดังนั้น รถโดยสารที่สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน พนักงานที่ขับรถตามกฎระเบียบจราจรและมีหัวใจบริการ จึงเปรียบเสมือนด่านแรกในการต้อนรับจากประเทศไทย อีกทั้ง ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างภาพจำ และความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ความสำเร็จของการพัฒนาระบบขนส่งผู้โดยสารไม่สามารถเกิดขึ้นจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้ชื่นชมสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารไทยที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือ เป็นกระบอกเสียงของผู้ประกอบการ ส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพ และสนับสนุนภารกิจภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตและภัยพิบัติมาอย่างต่อเนื่อง