ECON & BIZ
ทีทีบี โบรกเกอร์ชวนคนมีรถเปลี่ยนมุมคิด ซื้อประกันรถตามความเสี่ยง
กรุงเทพฯ-ปัจจุบันตลาดรถยนต์มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถหรู รถยนต์ขนาดใหญ่สำหรับครอบครัว และรถที่ใช้เพื่อการประกอบอาชีพ ส่งผลให้ความเสี่ยงในการใช้งาน ต้นทุนการซ่อม และความต้องการความคุ้มครองของรถแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทีทีบี โบรกเกอร์ จึงชวนผู้บริโภคปรับมุมมองการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ จากเดิมที่เปรียบเทียบเพียงค่าเบี้ยประกัน มาเป็นการพิจารณาความคุ้มครองที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานและความเสี่ยงของรถแต่ละคัน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่าและตอบโจทย์มากที่สุด
นายชุมวิทย์ ชุมชัยเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทหารไทยธนชาต โบรกเกอร์ จำกัด (ทีทีบี โบรกเกอร์) ธุรกิจนายหน้าประกันภัยในเครือทีทีบี เปิดเผยว่า “ตลาดรถยนต์ในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากข้อมูลการจดทะเบียนรถใหม่ในประเทศไทยปี 2568 ที่พบว่ารถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานทางเลือกคิดเป็นกว่า 40% ของการจดทะเบียนรถใหม่ทั้งหมด ขณะที่รถ BEV มีสัดส่วนราว 15% ของตลาดรถใหม่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้รูปแบบความเสี่ยง ต้นทุนการซ่อม และความต้องการความคุ้มครองของรถแต่ละประเภทแตกต่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีต้นทุนการซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่สำคัญสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปประมาณ 50-60% ขณะที่แบตเตอรี่ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญมีมูลค่าสูงถึงราว 70% ของราคารถ อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์โดยพิจารณาจากค่าเบี้ยเป็นหลัก ซึ่งอาจทำให้ได้รับความคุ้มครองที่ไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงและลักษณะการใช้งานจริงของรถ”
ทีทีบี โบรกเกอร์ จึงแนะนำให้ผู้บริโภคพิจารณาเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์จากปัจจัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นมูลค่ารถ ค่าใช้จ่ายในการซ่อม เทคโนโลยีและอุปกรณ์เฉพาะของรถ ลักษณะและความถี่ในการใช้งาน รวมถึงเครือข่ายศูนย์บริการและความสะดวกในการเคลม เนื่องจากรถแต่ละประเภทมีความเสี่ยงและต้องการความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ได้แก่
- รถยนต์หรูระดับพรีเมียม รถกลุ่มนี้มักมีราคาชิ้นส่วนและเทคโนโลยีประจำรถที่มีต้นทุนในการซ่อมสูง แม้เป็นอุบัติเหตุที่ความเสียหายไม่มาก แต่ค่าใช้จ่ายในการซ่อมก็อาจสูงกว่ารถทั่วไป จึงควรให้ความสำคัญทั้งเรื่องทุนประกัน และการคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถ เงื่อนไขการซ่อม การเลือกใช้อะไหล่ ตลอดจนเครือข่ายศูนย์บริการหรืออู่ที่มีความเชี่ยวชาญกับรถแต่ละแบรนด์ เพื่อให้มาตรฐานการซ่อมสอดคล้องกับมูลค่าของรถ
- รถยนต์ไฟฟ้า นอกจากความคุ้มครองจากอุบัติเหตุทั่วไปแล้ว ควรตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญและมีมูลค่าสูง รวมถึงระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการชาร์จว่าอยู่ในขอบเขตความคุ้มครองหรือไม่
- รถยนต์ขนาดใหญ่ ที่มีจำนวนผู้โดยสารและรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย จึงควรพิจารณาความคุ้มครองผู้ขับขี่และผู้โดยสาร วงเงินความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก รวมถึงค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ ควบคู่กับเครือข่ายศูนย์บริการและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินที่ครอบคลุมพื้นที่การเดินทาง
- รถยนต์อีโคคาร์ ซึ่งเน้นความคล่องตัวและความคุ้มค่าในการใช้งาน ควรพิจารณาความคุ้มครองที่จำเป็นให้สอดคล้องกับมูลค่าปัจจุบันของรถ อายุรถ และค่าใช้จ่ายที่สามารถรับได้หากเกิดความเสียหาย ไม่จำเป็นต้องพิจารณาจากระดับความคุ้มครองสูงสุดเสมอไป แต่ควรเปรียบเทียบทุนประกัน และความคุ้มครองควบคู่กับค่าเบี้ย เพื่อให้ได้แผนประกันภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและงบประมาณ
- รถกระบะ ที่มีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายทั้งการใช้งานส่วนบุคคลและเพื่อประกอบอาชีพ ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุอาจไม่ได้ก่อให้เกิดเพียงค่าซ่อม แต่ยังส่งผลต่อการเดินทางหรือรายได้หากรถต้องหยุดใช้งาน จึงควรพิจารณาความคุ้มครองให้สอดคล้องกับการลดผลกระทบระหว่างนำรถเข้าซ่อม เช่น ค่าชดเชยระหว่างซ่อม หรือค่าชดเชยรายได้ เป็นต้น
ทั้งนี้ เพื่อให้การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์เป็นเรื่องง่ายขึ้น ลูกค้าสามารถเลือกเปรียบเทียบแผนประกัน ตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองและค่าเบี้ย ตลอดจนเลือกซื้อประกันภัยผ่านแอป ttb touch เมนู My Car ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและทำให้การเลือกซื้อประกันรถยนต์สะดวกยิ่งขึ้น โดยลูกค้าสามารถเลือกใช้ข้อมูลรถและประกันรถยนต์ที่เคยให้ไว้กับทีทีบี เพื่อลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลและช่วยค้นหาแผนประกันภัยที่เหมาะสมกับรถของตนเองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือก แบ่งชำระค่าเบี้ยประกัน 0% ได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต นานสูงสุด 10 เดือน ตามเงื่อนไขที่กำหนด ช่วยลดภาระการชำระค่าเบี้ยก้อนใหญ่ เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงิน พร้อมรับความคุ้มครองที่เหมาะสมกับรถของตน โดยรายการส่งเสริมการขายครอบคลุมประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และ 2+ จากบริษัทประกันภัยที่ร่วมรายการ
