GLOBAL C

เหตุใดโคลนถล่มที่จี๋หลงจึงเกิดขึ้นอย่าง ฉับพลันและมีความรุนแรงในการทำลาย ล้างสูง



วันที่ 26 สิงหาคม เกิดภัยพิบัติโคลนถล่มขึ้นในอำเภอจี๋หลง เมืองรื่อคาเจ๋อเขตปกครองตนเองซีจ้าง(ทิเบต) โดยอำเภอจี๋หลงตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาด้านใต้ของเทือกเขาหิมาลัย และมีแม่น้ำตงหลินจางปู้ หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “แม่น้ำหรุนเต๋อ” คั่นกลางกับประเทศเนปาล

วันที่ 27 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีนว่า ภัยพิบัติโคลนถล่มครั้งนี้ในจี๋หลงเป็นภัยพิบัติแบบลูกโซ่ โดยเริ่มจากการพังถล่มของธารน้ำแข็งในพื้นที่สูงภายในประเทศเนปาล ทำให้เกิดการไหลของเศษซากน้ำแข็งจนกระทบพื้นดินและได้พาเศษซากดินและหินถล่มตามมา

ศาสตราจารย์ สวี่ เฉียง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเฉิงตู และหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของห้องปฏิบัติการแห่งชาติด้านการป้องกันภัยพิบัติทางธรณีวิทยาและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรณีวิทยา กล่าวว่า ภายใต้อิทธิพลจากหลายปัจจัย ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและมีการทำลายล้างสูง โดยมีสาเหตุสำคัญดังต่อไปนี้

- ความต่างระหว่างพื้นที่สูง-ต่ำ มีความห่างกันมากและความลาดชันตามแนวลำน้ำสูงชันมาก แหล่งกำเนิดการพังถล่มของน้ำแข็งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 5,000 เมตร ขณะที่ด่านจี๋หลงอยู่ที่ระดับความสูง 1,830 เมตร มีความต่างระดับมากกว่า 3,000 เมตร ประกอบกับภูมิประเทศมีความลาดชันสูง เมื่อธารน้ำแข็งกระทบพื้นดินเปลี่ยนสภาพเป็นโคลนถล่มแล้ว จึงไหลลงมาด้วยความเร็วที่สูงมาก

- มีปริมาณวัสดุต้นกำเนิดจำนวนมหาศาล การพังถล่มของน้ำแข็งได้กวาดเอาตะกอนธารน้ำแข็งและวัสดุสะสมในร่องน้ำติดลงมาด้วย ก่อให้เกิดกระแสเศษวัสดุที่ไหลลงมาด้วยความเร็วสูง และพัฒนาต่อเนื่องเป็นโคลนถล่ม พุ่งเข้าปะทะพื้นที่ด่านจี๋หลงส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างรุนแรง

- การเปิดรับความเสี่ยงของพื้นที่มีระดับสูง ตามแนวเส้นทางที่โคลนถล่มมีบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งบริเวณดังกล่าวเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำถึงสามสาย จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากภัยพิบัติได้ง่าย

- การที่ภัยพิบัติครั้งนี้ เกิดจากการพังถล่มของมวลน้ำแข็งและหินที่พัฒนาไปเป็นโคลนถล่ม ขณะที่การพังถล่มของน้ำแข็งและหินมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จึงมักสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

แปลเรียบเรียงโดยภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)