THAILAND

'ปลาหมอคางดำ'โผล่ผิดที่!เขื่อนลำปาว คนกาฬสินธุ์เฮลั่น!ตั้งสารพัดเมนูรอเปิบ



กรุงเทพฯ-ผวาหน่วยงานภาครัฐกำลังหวั่นวิตกกับการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่เริ่มพบในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ฟากชาวบ้านในพื้นที่กลับดีใจ บอกรอคอยมานาน เตรียมคิดเมนูเด็ดรับมือสารพัดสูตร ทั้งผัดทอด แกง ยำ ไปจนถึงหมักปลาร้า ชาวบ้านมองข้ามความกังวลเรื่องระบบนิเวศ ชี้หากปลาชนิดนี้กินไม่ตายแพร่พันธุ์ได้จริงในเขื่อน จะยิ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพราะเป็นแหล่งอาหารโปรตีนราคาถูกที่จับได้เองในพื้นที่ พร้อมประกาศกร้าว "มีเยอะเมื่อไหร่ จับยัดไหปลาร้าทันที" ด้านกรมประมงเร่งวางตาข่ายดักปลา ตรวจสอบ "ปลาหมอคางดำ" ระบาดเขื่อนลำปาวหรือไม่ชาวประมงพบปลาต้องสงสัยคล้ายปลาหมอคางดำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ กรมประมงส่งทีมลงพื้นที่วางตาข่ายดักปลาคืนนี้ พร้อมประสานเครือข่ายชาวประมงกว่า 400 รายทั้ง 6 อำเภอ ร่วมเฝ้าระวัง คาดรู้ผลเบื้องต้นเช้าพรุ่งนี้

วันที่ 3 กันยายน 2569 ในพื้นที่ ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามขนาดใหญ่ที่สุด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ใช้น้ำทำการเพาะเลี้ยง จากโครงการส่งน้ำและรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว ภายหลังจากที่มีข่าวทางโซเชียลว่า ชาวประมงพื้นบ้านตำบลหนองสรวง  ที่ใช้อุปกรณ์จับปลาบริเวณท้ายเขื่อนลำปาว อ.หนองกุงศรี ได้พบปลาน้ำจืดตัวหนึ่งลักษณะคล้ายปลาหมอคางดำ และมีการโพสต์ในโซเชียล ที่ทำให้ภาครัฐที่รณรงค์กำจัดปลาหมอคางดำแตกตื่นเกรงว่าจะมีการระบาดในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเจ้าหน้าที่ประมง จ.กาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่สำรวจและสอบถามเจ้าของโพสต์ดังกล่าวตามข่าวที่ไม่พบเพิ่มเติมพร้อมกับมีการวางมาตรการในการป้องกันที่วันนี้เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์และสกลนคร จะวางแผนตรวจสอบเพื่อดักจับปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวจำนวน 6 จุด เพื่อพิสูจ์ว่าสิ่งที่ชาวประมงพื้นบ้านได้โพสต์เป็นความจริงหรือไม่ 

รายงานแจ้งว่า การตื่นตัวของภาครัฐที่ต้องการกำจัดปลาหมอคางดำ ที่เชื่อว่าเป็นปลาสายพันธุ์อันตรายแพร่พันธุ์ได้รวดเร็วจะไปทำลายระบบนิเวศน์สัตว์น้ำ แต่ในความเห็นของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและเลี้ยงกุ้งที่ใช้พื้นที่น้ำเขื่อนลำปาว
กลับไม่รู้สึกกังวลหรือตกใจว่าจะมีการแพร่ระบาด แต่ในทางกลับกันได้มองถึงวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของคนอีสานที่บอกได้ว่าอะไรที่กินได้ก็จะหาวิธีนำมาประกอบอาหารให้อร่อย โดยเฉพาะ อาหารประเภทปลา หรือ ปลาหมอคางดำ ที่หลายคนมองว่า หากกินแล้วไม่ตายหรือไม่เป็นพิษต่อร่างกายก็ไม่ต้องไปกลัวอะไร เพราะเชื่อว่ารสชาดของปลาหมอคางดำหากนำมาปรุงอาหารในรูปแบบอีสานก็จะมีรสชาดที่อร่อยเหมือนทุกเมนู อีกทั้งการแพร่พันธุ์ที่โตเร็วก็จะทำให้เป็นการลดค่าครองชีพ เพราะคนอีสานทำนาข้าวเหนียว หากอาหารตามธรรมชาติทั่วไป อะไรที่กินได้ก็กินอีก ปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์เร็ว จะได้ไม่ต้องไปซื้อปลาในตลาด หรือหาก มีจำนวนมากก็จะนำไปทำปลาร้าไว้กินได้ตลอดทั้งปี 

นางนิรมิต ภูหงส์สูง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งบ้านตูม หมู่ 19 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ครอบครัวตนเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมาเกือบ 30 ปี พื้นที่เลี้ยงประมาณ 20 ไร่ หลายปีที่ผ่านมาถึงแม้จะมีข่าวพบปลาหมอคางดำในหลายจังหวัด แต่ไม่เคยพบเจอพบแม้แต่ตัวเดียว ทั้งในการจับกุ้งขายไม่ว่าจะใช้อวนลากหรือคว่ำบ่อกุ้ง โดยสูบน้ำออกทั้งหมดแล้วจับตัวกุ้งไปจำหน่าย อย่างเช้าวันนี้ ก็ไม่เจอปลาหมอคางดำแม้แต่ตัวเดียว ที่เจอปลาก็เพียงปลาช่อน ปลาซิว ปลาสร้อย ที่เกิดมีมาเองตามธรรมชาติเท่านั้น เกี่ยวกับปลาหมอคางดำ ที่เคยมีข่าวว่าพบในหลายจังหวัด สำหรับตนไม่รู้สึกกลัวเลย และไม่เชื่อว่ามันจะทำลายระบบนิเวศน์ด้วย เพราะชาวกาฬสินธุ์หรือคนอีสาน นิยมบริโภคปลาทุกชนิดอยู่แล้ว หากพบเจอปลาหมอคางดำ ก็จะจับมาทำอาหารรับประทานในครัวเรือนทันที ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพสูง หากมีปลาหมอคางดำหลุดรอดเข้ามาในพื้นที่ รับรองถูกจับมาปิ้งย่าง ประกอบอาหารกินกันแน่ หรือหากเจอจำนวนมาก ก็จะทำปลาร้า ซึ่งเป็นการถนอมอาหารถามวิถีอีสานไว้กินนานๆอีกด้วย

ขณะที่นายอนุชา ฤทธิ์เรือง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและพ่อค้าคนกลางจำหน่ายกุ้งก้ามกราม บ้านตูม หมู่ 4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนได้ติดตามข่าว การพบปลาหมอคางดำมาโดยตลอด ว่าหากมีการระบาดในพื้นที่ อาจจะส่งผลกระทบต่ออาชีพการเลี้ยงกุ้งได้ แต่ที่ผ่านมา ไม่เคยพบว่ามีชาวบ้านหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายได้ พบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติหรือในบ่อเลี้ยงกุ้งเลย เพิ่งจะมีเมื่อวานนี้ที่เห็นข่าวทางโซเชียล และทราบว่าอยู่ในชั้นตอนการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ประมงอยู่ ว่าเป็นปลาหมอคางดำหรือปลาประเภทใด กรณีเรื่องของปลาหมอคางดำ ตนและเพื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งบ้านเรา และโซนใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว เป็นชาวอีสาน ไม่รู้สึกตื่นกลัว บางคนยังพูดว่าขอให้พบเจอปลาหมอคางดำเถิด หรือขอให้มาระบาดเยอะๆเลย จะได้จับมาปรุงอาหารกินกัน เพราะอย่างที่รู้กัน คนกาฬสินธุ์หรือคนอีสานนั้น กินได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ตนก็เชื่อว่ารสชาติของปลาหมอคางดำน่าจะอร่อยไม่ต่างจากปลานิล ที่พบในธรรมชติ “ใจจริงก็อยากจะเจอ จะได้จับนำมาทำลาบก้อย หรือต้มยำ เปิบกับข้าวเหนียวจิ้มแจ่ว และจับใส่ไหทำปลาร้ารสแซบนัว ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ว่าพบปลาหมอคางดำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ มีรายงานล่าสุด เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ 6 จุด แต่ยังไม่พบปลาหมอคางดำ จึงยังไม่สามารถสรุปยืนยันว่ามีจริง แต่ในช่วงบ่ายเวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ จะนำทีมผู้เชี่ยวชาญจาก สำนักงานประมงจังหวัดสกลนคร เพื่อวางอวนสำรวจโดยละเอียด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แจ้ง ให้ ชาวประมงในพื้นที่ทั้ง 6 อำเภอ รอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว รวมทั้งผู้เลี้ยงปลากระชังกว่า 400 ราย จำนวน 12,000 กระชัง เฝ้าระวัง และสังเกตุว่าพบปลาหมอคางดำหรือไม่ หากพบก็เตรียมแผนการตรวจสอบที่มา และเร่งควบคุมการขยายพันธุ์เพื่อลดจำนวน

กรมประมงเร่งวางตาข่ายดักปลาตรวจสอบ "ปลาหมอคางดำ"

เวลาประมาณ 18.00 น. กรมประมงส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อวางตาข่ายดักปลาบริเวณโดยรอบจุดที่ชาวประมงพบปลาต้องสงสัยลักษณะคล้ายปลาหมอคางดำ โดยจะทราบผลการตรวจสอบเบื้องต้นในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้

ขณะเดียวกัน ชาวประมงในพื้นที่ก็ร่วมกันเฝ้าระวังและเก็บข้อมูล โดยสังเกตปลาที่จับได้ในช่วงนี้ว่ามีปลาหมอคางดำปะปนมาหรือไม่อาสาสมัครประมงพื้นบ้านลงพื้นที่ต่อเนื่องเครือข่ายอาสาสมัครประมงพื้นบ้านบ้านหนองสรวง ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงลงพื้นที่แนะนำชาวประมงที่มาหาปลาในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว ให้ช่วยสังเกตว่าปลาที่จับได้มีตัวใดมีลักษณะคล้ายปลาหมอคางดำหรือไม่ หากพบจะเร่งนำส่งเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดเพื่อตรวจสอบทันที ทั้งนี้ ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมายังไม่พบปลาหมอคางดำเพิ่มเติม

การตรวจสอบปลาที่จับได้ในเขื่อนลำปาวดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หลังจากเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ชาวประมงใช้ลอบดักปลาและจับได้ปลาลักษณะคล้ายปลาหมอคางดำ 1 ตัว บริเวณอ่างเก็บน้ำ บ้านนาอวน ตำบลหนองสรวง ก่อนเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนนำไปสู่การตรวจสอบของกรมประมงและเครือข่ายประมงพื้นบ้าน

นอกจากนี้ มีชาวประมงแจ้งเพิ่มเติมว่า ก่อนวันที่ 31 สิงหาคม ก็เคยพบปลาลักษณะคล้ายกันมาก่อน โดยจับได้คนละ 1 ตัว รวมข้อมูลทั้งหมดพบแล้วประมาณ 3-4 ตัว จึงต้องการให้มีการตรวจสอบว่าปลาชนิดนี้แพร่ระบาดเข้ามาในพื้นที่เขื่อนลำปาวหรือไม่ และสาเหตุมาจากอะไร โดยมีข้อสันนิษฐาน 2 แนวทาง คือ อาจมีผู้นำมาปล่อย หรืออาจเป็นลูกปลาหมอคางดำที่ปะปนมากับลูกปลานิลที่นำมาใช้เป็นเหยื่อตกปลา ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนนายยุติธรรม ภูบัวนาค ชาวประมงตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดในกับผู้สื่อข่าวว่า"ชาวประมงหวั่นกระทบรายได้ หากปลาพื้นถิ่นลดลง

ด้านชาวประมงจากอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ระบุว่าไม่อยากให้ปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในพื้นที่ เพราะเกรงว่าจะเข้าทำลายปลาพื้นถิ่น หากปริมาณปลาลดลงจะกระทบต่อรายได้ของชาวประมงโดยตรง เนื่องจากปัจจุบันแต่ละคนมีรายได้จากการขายปลาวันละประมาณ 300-500 บาท"

ด้านนายสมศักดิ์ ทองหุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดขอนแก่น เปิดเผยว่า ช่วงค่ำวันนี้กรมประมงได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าวางตาข่ายดักปลาในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว บริเวณโดยรอบจุดที่ชาวประมงพบปลาลักษณะคล้ายปลาหมอคางดำ ที่บ้านนาอวน ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี เพื่อพิสูจน์ว่ามีปลาชนิดนี้อยู่ในพื้นที่จริงหรือไม่ คาดว่าจะทราบผลเบื้องต้นได้ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้

สำหรับการวางตาข่ายดักปลาเพื่อตรวจสอบครั้งนี้ จะดำเนินการควบคู่กับการประสานผู้นำชุมชน ประชาชน และชาวประมงในพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวทั้ง 6 อำเภอ รวมถึงผู้เลี้ยงปลากระชังกว่า 400 ราย จำนวนกว่า 12,000 กระชัง ให้ร่วมเฝ้าระวังและสังเกตปลาที่มีลักษณะต้องสงสัย หากพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ประมงเข้าตรวจสอบและเก็บตัวอย่างทันที เพื่อจัดทำแผนตรวจสอบแหล่งที่มา และเร่งควบคุมการแพร่ขยายพันธุ์ต่อไป