IN NEWS
ครม.เคาะไทยร่วกับเยอรมนีพัฒนาอาชีวะ เห็บชอบปริญญาของสปท.-มรภ.เชียงใหม่
ครม. เห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมฯ ไทย-เยอรมนี เดินหน้าความร่วมมือ 5 ด้าน ทั้งพัฒนาระบบอาชีวศึกษา–แนะแนวอาชีพและหลักสูตร–Reskill/Upskill–ยกระดับครูและบุคลากร–รับมือดิจิทัล AI และการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน/ครม. เห็นนชอบกำหนดปริญญา-อักษรย่อ “สาขาศิลปะศาสตร์” สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน รองรับเปิดหลักสูตรใหม่และครม. ไฟเขียว กำหนดปริญญา-อักษรย่อ-สีประจำสาขา “มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่” รองรับ 3 สาขาวิชาใหม่
วันที่ 8 กันยายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงศึกษาธิการ กิจการครอบครัว ผู้สูงอายุ สตรี และเยาวชนแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษา การเรียนการสอน และการฝึกอบรมวิชาชีพของทั้งสองประเทศ โดยอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือผู้แทนเป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย ซึ่งมีกำหนดลงนามในวันที่ 14 กันยายน 2569 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
สำหรับ 5 ด้านความร่วมมือ ประกอบด้วย
1. พัฒนาระบบอาชีวศึกษา แลกเปลี่ยนและวิเคราะห์เปรียบเทียบระบบและโครงสร้างด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมของทั้งสองประเทศ รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูล กระบวนการ และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบอาชีวศึกษาของไทย
2. พัฒนาการเรียนรู้ให้ตรงกับตลาดแรงงาน ส่งเสริมการให้คำปรึกษาเชิงวิชาชีพและการแนะแนวอาชีพ พร้อมพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการและลำดับความสำคัญของตลาดแรงงาน เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะที่ตรงกับความต้องการของภาคการทำงาน
3. เร่ง Reskill และ Upskill ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาทักษะอาชีพ พร้อมปรับชุดทักษะให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผู้เรียนและแรงงานสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ทัน
4. ยกระดับครูและบุคลากรทางการศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงพัฒนาทักษะการสอนในสายอาชีพ เพื่อเพิ่มศักยภาพครูและบุคลากรในการจัดการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษา
5. เตรียมพร้อมรับเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของโลกงาน แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากนวัตกรรมแบบพลิกโฉม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงข้อมูลไปสู่รูปแบบดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ความร่วมมือจะดำเนินผ่านการ แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติ การเยี่ยมชมและประชุมระหว่างผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ไทยนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากเยอรมนีมาประยุกต์ใช้ในการ พัฒนาหลักสูตรให้ทันตลาดแรงงาน เพิ่มทักษะใหม่ให้ผู้เรียนและแรงงาน ยกระดับครูและบุคลากร และเตรียมกำลังคนให้พร้อมต่อเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันยังส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา องค์กร หอการค้า และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ
“ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้อาชีวศึกษาเชื่อมโยงกับโลกการทำงานมากขึ้น ตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด การพัฒนาทักษะใหม่และทักษะที่จำเป็น ไปจนถึงการยกระดับครูและการเตรียมคนให้พร้อมรับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนและแรงงานไทยมีทักษะที่สอดคล้องกับงานในอนาคต” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
ทั้งนี้ ร่างปฏิญญาร่วมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับนโยบาย ระบบ และมาตรการของทั้งสองประเทศ พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการ และแนวปฏิบัติที่ดีด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม
กำหนดปริญญา-อักษรย่อ “สาขาศิลปะศาสตร์” สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ เปิดเผยต่อไปว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ
มติในครั้งนี้ เป็นการรองรับการเปิดสอนใน “สาขาวิชาศิลปศาสตร์” เพิ่มขึ้นของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน โดยมีการกำหนดชื่อปริญญาและอักษรย่อประจำสาขาวิชาทั้ง 3 ชั้นปริญญา คือ ปริญญาเอก เรียกว่า ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต อักษรย่อ ศศ.ด. และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต อักษรย่อ ปร.ด. / ปริญญาโท เรียกว่า ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต อักษรย่อ ศศ.ม. และปริญญาตรี เรียกว่า ศิลปศาสตรบัณฑิต อักษรย่อ ศศ.บ.
ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากสภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และได้แจ้งต่อสำนักงานปลัดกระทรวง อว. เรียบร้อยแล้วตามขั้นตอน โดย ครม. ได้ส่งร่างพระราชกฤษฎีกานี้ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนนำเสนอตามขั้นตอนเพื่อประกาศใช้ต่อไป
กำหนดปริญญา-อักษรย่อ-สีประจำสาขา “มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่”
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ยังได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ
การปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว เป็นการรองรับการเปิดสอนหลักสูตรเพิ่มเติมของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จำนวน 3 สาขาวิชา โดยมีการกำหนดชั้นปริญญา อักษรย่อ และสีประจำสาขาวิชาอย่างเป็นทางการ ดังนี้
1. สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย มีสีประจำสาขาวิชา คือ สีเขียวน้ำเงิน โดยปริญญาเอก เรียกว่าการแพทย์แผนไทยดุษฎีบัณฑิต อักษรย่อ พท.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต อักษรย่อ ปร.ด. / ปริญญาโท เรียกว่า การแพทย์แผนไทยมหาบัณฑิต อักษรย่อ พท.ม. และ ปริญญาตรี เรียกว่าการแพทย์แผนไทยบัณฑิต อักษรย่อ พท.บ.
2. สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีสีประจำสาขาวิชา คือ สีแดงทับทิม/รูบี้ โดยปริญญาเอก เรียกว่า พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต อักษรย่อ พย.ด. และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต อักษรย่อ ปร.ด. / ปริญญาโท เรียกว่า พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต อักษรย่อ พย.ม. และ ปริญญาตรี เรียกว่า พยาบาลศาสตรบัณฑิต อักษรย่อ พย.บ.
3. สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สีมีประจำสาขาวิชา คือ สีแดงเลือดหมู โดยปริญญาเอก เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต อักษรย่อ วศ.ด. และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต อักษรย่อ ปร.ด. / ปริญญาโท เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต อักษรย่อ วศ.ม. และปริญญาตรี เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต อักษรย่อ วศ.บ.
ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่และคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนหลังจากนี้ ครม. ได้ส่งร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนนำไปประกาศใช้ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
