BANGKOK

กทม.ขับเคลื่อนExperience Economy ดึงอัตลักษณ์เมืองแห่งเรื่องราวที่กรุงเทพฯ



กรุงเทพฯ-(19 ก.ย. 69) นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการเสวนาหัวข้อ “The Experience Economy: Redefining Travel, Lifestyle, and Consumer Business in Asia” ร่วมกับผู้นำด้านธุรกิจโรงแรม บริการ และศิลปวัฒนธรรม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการปรับตัวของเมืองและธุรกิจยุคใหม่ที่มุ่งสร้าง “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” (Meaningful Experience) การเชื่อมโยงทางอารมณ์ และการผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ในงานเลี้ยงศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยนิวยอร์กในประเทศไทย ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ เขตสาทร

รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครกำลังเปลี่ยนผ่านจากการให้บริการสาธารณะแบบดั้งเดิม สู่การออกแบบพื้นที่และสร้างเรื่องราว (Storytelling) ของเมือง โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของโซเชียลมีเดียในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ การสื่อสารเสน่ห์และอัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ รวมถึงการบูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับวิถีชีวิตของประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สำหรับแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองตามแนวคิด Experience Economy แบ่งเป็น 4 มิติ ได้แก่

1. เปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้เป็น “พื้นที่สร้างสรรค์ประสบการณ์”
กรุงเทพมหานครมุ่งพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะ (Public Spaces) สวนสาธารณะ และย่านวัฒนธรรม ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้ชีวิตและสร้างประสบการณ์ร่วมกัน ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ งานศิลปะ กิจกรรมเชิงวัฒนธรรม รวมถึงการเชื่อมโยงวิถีชีวิตของชุมชนกับนักท่องเที่ยว เพื่อให้กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นเมืองที่มอบประสบการณ์อันมีเอกลักษณ์และน่าจดจำ

2. เล่าเรื่องเมืองผ่านโซเชียลมีเดีย
ใช้คลิปวิดีโอสั้นและโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางสื่อสารที่เข้าถึงง่าย สะท้อนเสน่ห์และเรื่องราวของกรุงเทพฯ ในมุมที่เป็นธรรมชาติและจริงใจ พร้อมชวนผู้คนออกมาสัมผัสประสบการณ์ของเมืองด้วยตนเอง

3. บูรณาการความยั่งยืนไปพร้อมกับการพัฒนาเมือง
จากประสบการณ์ของรองผู้ว่าฯ พรพรหม ในการดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้านความยั่งยืน ทำให้แนวคิดเรื่อง “ความยั่งยืน” (Sustainability) ไม่ได้เป็นเพียงนโยบายหรือกระแสชั่วคราว แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาเมือง ทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การลดการปล่อยคาร์บอน และการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน น่าอยู่ และเป็นมิตรกับทุกคน

4. ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน–ประชาสังคม
การสร้างเมืองที่มีความเข้มแข็งไม่สามารถดำเนินการโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมออกแบบและผลักดันแนวทางการพัฒนาเมืองให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ในการนี้ มีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธานบริหาร กลุ่มโรงแรมสุโกศล และคุณรูเบน โพเลนโด (Rubén Polendo) คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ Tisch School of the Arts ร่วมเสวนาในครั้งนี้