TECH & AI

หัวเว่ยเปิดตัวAtlas 960E SuperPoD ระบบSuperPoDบนสถาปัตยกรรมNPO รุ่นแรกของโลก



25 กันยายน 2569 – งาน HUAWEI CONNECT 2026 เปิดฉากแล้วที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดย นายเดวิด หวัง รองประธานคณะกรรมการบริหารและประธานหมุนเวียนของหัวเว่ย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Advancing the Agentic World, Building a Solid Silicon Foundation” พร้อมเปิดตัว Atlas 960E SuperPoD ซึ่งเป็น SuperPoD บนสถาปัตยกรรม NPO รุ่นแรกของอุตสาหกรรม ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกและการอนุมาน สำหรับโมเดลที่มีพารามิเตอร์สูงถึง 10 ล้านล้านพารามิเตอร์

กลยุทธ์ด้าน AI ของหัวเว่ยให้ความสำคัญกับ พลังประมวลผล โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าจากฮาร์ดแวร์ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อเป็น รากฐานด้านซิลิคอน สำหรับโลกอัจฉริยะ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยนวัตกรรมด้านระบบและสถาปัตยกรรม หัวเว่ยขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวผ่าน SuperPoD และ SuperCluster เพื่อวางรากฐานด้านพลังประมวลผลที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการส่งเสริมระบบเปิดและโอเพนซอร์ส เพื่อร่วมพัฒนาระบบนิเวศด้านการประมวลผลและนำเสนอทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลก

เมื่อ Foundation Model มีขนาดเข้าใกล้ระดับ 10 ล้านล้านพารามิเตอร์ การใช้ SuperPoD จึงกลายเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดยแนวทางการออกแบบ SuperPoD ของหัวเว่ยมุ่งเชื่อมต่อองค์ประกอบทั้งหมดภายในคลัสเตอร์ด้วยโปรโตคอลเดียวผ่านการเชื่อมต่อแบบ Peer-to-Peer รองรับการเข้าถึงหน่วยความจำระหว่างเซิร์ฟเวอร์ทางกายภาพ และผสานการใช้ Short-Reach Copper เข้ากับระบบสื่อสารด้วยแสงสำหรับการส่งข้อมูลระยะไกล ด้วยการพัฒนานวัตกรรมในระดับระบบอย่างต่อเนื่อง หัวเว่ยได้นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีออปติคัลที่สั่งสมมาเป็นเวลาหลายปีมาประยุกต์ใช้กับ SuperPoD พร้อมเปิดตัว Hi-ONE ซึ่งเป็น Optical Engine แบบ NPO รุ่นแรกของโลกที่ผลิตในระดับจำนวนมาก โดยรองรับความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงถึง 7.2 Tbit/s ซึ่งอยู่ในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม และเป็น NPO เพียงหนึ่งเดียวในอุตสาหกรรมที่มีแหล่งกำเนิดแสงในตัว

ภายในงานดังกล่าว นายเดวิด หวัง ได้เปิดตัว Atlas 960E SuperPoD ที่ขับเคลื่อนด้วย UnifiedBus และ Hi-ONE โดยในฐานะ SuperPoD บนสถาปัตยกรรม NPO รุ่นแรกของอุตสาหกรรม Atlas 960E SuperPoD มาพร้อมสถาปัตยกรรมแบบ Orthogonal และการออกแบบระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมความสามารถในการกำหนดแอดเดรสหน่วยความจำแบบรวมศูนย์ ผ่าน UnifiedBus ทำให้ SuperPoD หนึ่งชุดสามารถรองรับการขยายระบบได้สูงสุดถึง 4,096 NPU พร้อมมอบประสิทธิภาพการประมวลผลสูงถึง 8 EFLOPS ที่ความแม่นยำ FP8 และ 16 EFLOPS ที่ความแม่นยำ FP4 ขณะเดียวกัน การผสาน Hi-ONE จำนวน 5,500 ชุด เข้ากับระบบ ช่วยลดความจำเป็นในการใช้ Optical Module ขนาด 800G จำนวน 48,000 ชุด ซึ่งโดยปกติจำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อ NPU ทั้งหมด ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 550 กิโลวัตต์ เพิ่มระยะเวลาการทำงานของระบบโดยปราศจากข้อขัดข้อง ได้ถึง 2 เท่า และทำให้ระบบมีความพร้อมใช้งาน สูงถึง 99.8% โดยรวมแล้ว ระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและการใช้งาน Frontier Model ทั้งในด้านการฝึกและการอนุมานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

หัวเว่ยยังได้นำสถาปัตยกรรม SuperPoD มาประยุกต์ใช้กับระบบประมวลผลแบบอเนกประสงค์ ส่งผลให้เกิดผลิตภัณฑ์อย่าง TaiShan 950 SuperPoD ที่ได้รับการอัปเกรดในทุกด้าน โดย SuperPoD รุ่นใหม่นี้ขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายออปติคัลแบบครบวงจร ผ่าน UnifiedBus รองรับได้สูงสุด 4,096 โหนด พร้อมหน่วยความจำแบบรวมศูนย์ ขนาดสูงสุด 256 TB ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของการรองรับ Agent Sandbox เร่งความเร็วในการเริ่มต้น Sandbox และยกระดับประสิทธิภาพการค้นหาเวกเตอร์สำหรับ Agent นอกจากนี้ หัวเว่ยยังเปิดตัว OceanStor M900 ซึ่งเป็นคลัสเตอร์จัดเก็บหน่วยความจำบริบท  ที่ขับเคลื่อนด้วย UnifiedBus รองรับการเข้าถึงข้อมูลโดยตรงภายในเพียง One-Hop Access และมอบ KV Cache ระดับเพตะไบต์ สำหรับเลเยอร์ L3.5

ด้วยเครือข่าย UnifiedBus หรือ RoCE ทำให้สามารถเชื่อมต่อ Atlas 960E SuperPoD หลายชุดเข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง SuperCluster ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ โดย SuperCluster ที่ใช้สถาปัตยกรรม Clos แบบ Two-Tier, Four-Plane Clos Architecture สามารถเชื่อมต่อ NPU ได้สูงสุดถึง 512,000 ตัว และเมื่อทำงานร่วมกับโทโพโลยีแบบ Multi-Rail จะช่วยให้คลัสเตอร์ดังกล่าวสามารถรองรับ NPU ได้สูงสุดถึง 1 ล้านตัว

นายหวัง กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์หลักของหัวเว่ยคือการเดินหน้าสู่ โอเพนซอร์สและระบบเปิด เพื่อส่งเสริมการเติบโตของระบบนิเวศด้านการประมวลผล โดยปัจจุบัน CANN ได้เปิดเป็นโอเพนซอร์สและเปิดให้เข้าถึงได้อย่างเสรี พร้อมเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มร่วมกับชุมชนนักพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยยกระดับแพลตฟอร์มจากการใช้งานได้ สู่การใช้งานที่สะดวกและเป็นมิตรต่อผู้ใช้มากขึ้น นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศ Ascend

“ที่หัวเว่ย เรามุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมเดินหน้าสู่โอเพนซอร์สและระบบเปิด เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศด้านการประมวลผล” นายหวัง กล่าวย้ำ “เราจะเดินหน้าสนับสนุนการฝึกโมเดลแบบ Native สำหรับ Foundation Model ชั้นนำที่มีการนำไปใช้งานอย่างกว้างขวางบนแพลตฟอร์ม Ascend พร้อมเปิดรับโมเดลและแอปพลิเคชันที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโลกสู่ยุคอัจฉริยะ”

ภายใต้ธีม “Advancing the Agentic World” งาน HUAWEI CONNECT 2026 จะเจาะลึกเรื่อง AI ใน 3 มิติ ได้แก่ กลยุทธ์ เทคโนโลยี และระบบนิเวศ ผู้เข้าร่วมงานจะได้ติดตามแนวทางเชิงกลยุทธ์ล่าสุดของหัวเว่ยอย่างเจาะลึก พร้อมพบกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและอัจฉริยะรุ่นใหม่ โซลูชันสำหรับการใช้งานเฉพาะด้านในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตลอดจนเครื่องมือสำหรับการพัฒนา งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน 2569 ณ Shanghai World Expo Exhibition & Convention Center และ Shanghai Expo Center นครเซี่ยงไฮ้