IN NEWS
รัฐฯแก้น้ำเน่าคลองรังสิตระดมสารบำบัด 5พันลิตรมุ่งลดน้ำดำ-กลิ่นเหม็นคืนสภาพ
กรุงเทพฯ-รัฐบาลเดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อน ปชช. ริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ กรมชลฯ จับมือกรมพัฒนาที่ดิน เตรียมนำสารบำบัดน้ำเสียจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.6 จำนวน 5,000 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต มุ่งลดกลิ่นเน่าเหม็นและฟื้นฟูคุณภาพน้ำ ลดผลกระทบต่อ ปชช.
วันนี้ (10 ตุลาคม 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมขังและน้ำเน่าเสีย โดยเฉพาะบริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีรายงานปัญหาน้ำสีดำคล้ำและกลิ่นเน่าเหม็น ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและการดำรงชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลอง จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการบรรเทาปัญหา เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นโดยเร็ว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กรมชลประทานได้ประสานความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ โดยเตรียมนำสารบำบัดน้ำเสียที่ผลิตจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.6 จำนวน 5,000 ลิตร มาฉีดพ่นบริเวณสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินให้การสนับสนุนทั้งสารบำบัดน้ำเสียและเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยดำเนินการบำบัดน้ำเสีย ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และส่งเสริมการฟื้นฟูคุณภาพน้ำในพื้นที่
สำหรับสารบำบัดน้ำเสียที่ผลิตจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.6 เป็นผลิตภัณฑ์ที่กรมพัฒนาที่ดินพัฒนาขึ้น โดยอาศัยกระบวนการทางชีวภาพและจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติช่วยบำบัดน้ำเสียและลดกลิ่นเหม็น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการนำไปใช้บรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่ประสบอุทกภัยหลายแห่ง ทั้งนี้ ผลการบำบัดขึ้นอยู่กับสภาพน้ำและปัจจัยแวดล้อมในแต่ละพื้นที่
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาน้ำเน่าเสียไม่ใช่เพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีบ้านเรือนอยู่ติดคลอง ซึ่งต้องเผชิญกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ในชีวิตประจำวัน การประสานความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น พร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย
“น้ำท่วมเป็นความเดือดร้อนที่ประชาชนต้องเผชิญอยู่แล้ว แต่เมื่อน้ำเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาจึงต้องคำนึงถึงทั้งการบริหารจัดการน้ำและผลกระทบต่อประชาชน เพราะสำหรับคนที่อาศัยอยู่ริมคลอง สิ่งที่ต้องการไม่ใช่เพียงการระบายน้ำให้เร็วที่สุด แต่รวมถึงการมีสภาพแวดล้อมที่ดีในการดำรงชีวิตด้วย”
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือระหว่างกรมชลประทานและกรมพัฒนาที่ดินในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสำคัญของการบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเร่งบรรเทาปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญ โดยมุ่งให้การดำเนินงานด้านการบำบัดน้ำเสียช่วยลดกลิ่นเน่าเหม็นและฟื้นฟูคุณภาพน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากสถานการณ์อุทกภัย โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความห่วงใยกรณีพบการระบายน้ำสีดำคล้ำและเกิดฟองสีขาวในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จึงสั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมโดยเร็ว
นางสาวลลิดากล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 6 (สคพ. 6 นนทบุรี) ได้ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น 3 จุด ได้แก่ บริเวณประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ ประตูระบายน้ำชุมชนสุขเกษม และสถานีสูบน้ำคลองเปรมใต้ พบว่าน้ำมีสีดำคล้ำ มีฟองสีขาว และมีกลิ่นน้ำเน่าเสียทั้ง 3 จุด แต่ยังไม่พบสิ่งมีชีวิตในน้ำตาย
ผลตรวจวัดพบค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) เท่ากับ 1.18, 1.80 และ 1.50 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ ค่า pH อยู่ระหว่าง 6.61–6.73 และค่าความเค็ม 0.2 ppt โดยผลประเมินเบื้องต้นระบุว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์แหล่งน้ำผิวดินประเภทที่ 5 ซึ่งค่าออกซิเจนละลายน้ำที่อยู่ในระดับต่ำสะท้อนถึงภาวะน้ำมีออกซิเจนจำกัด และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สำหรับสาเหตุเบื้องต้น คาดว่าเกี่ยวข้องกับการระบายน้ำท่วมขังในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจพาสารอินทรีย์และสารซักล้างจากชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงลงสู่คลอง ส่งผลให้เกิดน้ำเน่าเสีย ขณะที่การใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ระบายน้ำจากคลองลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อาจทำให้เกิดการกวนผสมระหว่างน้ำกับอากาศจนเกิดฟองสีขาวคล้ายโฟมสะสมบริเวณหน้าประตูระบายน้ำ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุที่แท้จริงได้ และจำเป็นต้องตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษเพิ่มเติม

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ (14 ตุลาคม 2569) สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 6 มีกำหนดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเก็บตัวอย่างน้ำเพิ่มเติม 3 จุด ได้แก่ บริเวณเหนือประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ บริเวณประตูระบายน้ำชุมชนสุขเกษม ซึ่งเป็นจุดที่พบฟองสีขาว และบริเวณสถานีสูบน้ำคลองเปรมใต้ด้านล่าง เพื่อนำตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจหาโลหะหนักและสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) เพื่อประเมินความเสี่ยงและหาสาเหตุของปัญหาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่จะสนับสนุนการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นในพื้นที่ แจกจ่ายน้ำหมักชีวภาพเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำเสียและกลิ่นเหม็นในชุมชน รวมถึงสนับสนุนน้ำดื่มให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลการตรวจวิเคราะห์และพิจารณามาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมต่อไป
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนในพื้นที่หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำที่มีสีดำคล้ำหรือมีกลิ่นผิดปกติโดยตรง เนื่องจากอาจมีเชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อน หากมีความจำเป็นต้องสัมผัสน้ำควรสวมถุงมือหรือรองเท้าบูทเพื่อป้องกันอันตราย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่ทิ้งขยะหรือระบายน้ำเสียลงคลอง เพื่อไม่ให้ปัญหาคุณภาพน้ำรุนแรงขึ้น
“รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกิดขึ้นภายหลังสถานการณ์น้ำท่วม โดยได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทั้งคุณภาพน้ำและสารปนเปื้อนอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงและกำหนดแนวทางแก้ไขได้ตรงจุด ควบคู่กับการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดากล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเสียอันเนื่องมาจากสถานการณ์อุทกภัย สามารถแจ้งเหตุหรือขอคำแนะนำได้ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 6 นนทบุรี โทร. 02-968-8065 หรือสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650
