ECON & BIZ
มีนัด!งานFIND Asia Bangkok 2026 ผนึกCEAอวดโฉม20แบรนด์คราฟต์ไทย
กรุงเทพฯ 4 พฤศจิกายน 2569 - FIND - Design Fair Asia, Bangkok Edition 2026 จับมือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ขนทัพกว่า 20 แบรนด์ดีไซน์ชั้นนำของไทย ที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มสถาปนิก นักออกแบบภายใน และกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม ผู้กำหนดทิศทางการออกแบบ ก่อสร้าง และการอยู่อาศัย รวมตัวกันในโซน Thailand Creative House พร้อมพาแนวคิด “Thai’s Soul of New Designs” อวดโฉมแก่ผู้เข้าร่วมงาน พร้อมพบ ไฮไลต์เวทีเสวนา FIND Global Summit ร่วมกับบริษัทผู้ร่วมจัดแสดงอีกกว่า 100 ราย ภายในงาน FIND - Design Fair Asia, Bangkok Edition 2026 ระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ
สำหรับ Thailand Creative House คือพื้นที่นำเสนอความโดดเด่นของงานช่างไทยที่ถูกตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย ตั้งแต่งานอะลูมิเนียมจากธุรกิจโลหะที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2493 งานจักสานเตยปาหนันจากกลุ่มสตรีในจังหวัดตรังและกระบี่ เครื่องปั้นดินเผาเพนต์มือ สิ่งทอจากผักตบชวา ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์จากไม้ปลูกและผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้านที่ขึ้นรูปด้วยวัสดุจากไมซีเลียม โดยผลงานทั้งหมดครอบคลุม 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน วัสดุ และสินค้าไลฟ์สไตล์
โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เปิดตัวได้เปิดตัว Thailand Creative House ในปีพ.ศ. 2567 โดยร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันธุรกิจสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ นับตั้งแต่เริ่มโครงการ มีนักสร้างสรรค์ไทยกว่า 100 รายเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและเทศกาลด้านการออกแบบกว่า 30 งานทั่วเอเชีย อาทิ Creative Expo Taiwan, China-ASEAN Expo และ DesignInspire โดย Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) พร้อมสร้างการเติบโตของรายได้ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 30% และในปีนี้ การจัดงาน FIND Bangkok Edition 2026 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำ Thailand Creative House กลับมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง
“ดีไซน์ดีเริ่มที่วัสดุ! เปิดโลกเฟอร์นิเจอร์ไทยที่ผสานความสวย ฟังก์ชัน และความยั่งยืน”
ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ไม้ ถือเป็นหนึ่งในวัสดุสำคัญที่สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ไทย โดย Jird Design Gallery (เจิด ดีไซน์แกลเลอรี่) เลือกใช้ไม้จากชุมชนที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ต้นไม้จนถึงผลิตภัณฑ์ พร้อมพัฒนาเอกลักษณ์ด้วยเทคนิคการเข้าไม้แบบเดือยและบาก (Mortise and Tenon) โดยออกแบบให้สามารถถอดประกอบ ซ่อมแซม และใช้งานได้อย่างยาวนาน ขณะที่ DEESAWAT (ดีสวัสดิ์) ผู้ส่งออกงานไม้ไปยังสหรัฐฯ อิตาลี ญี่ปุ่น จีน และตะวันออกกลาง สามารถปรับรูปแบบ วัสดุ และขนาดของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับแต่ละโครงการ ส่วน Mother Goose (มาเธอร์ กู๊ส) พัฒนาเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก และเพิ่งเสร็จสิ้นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่เน้นการบริการ (Hospitality) ณ ประเทศนิวซีแลนด์
ด้าน Take Home Design (เทคโฮมดีไซน์) นำวัสดุอย่างหวายและแกลบมาผสานกับขาแก้วในเก้าอี้ G Model ซึ่งได้รับรางวัล Creative Transformation Award 2026 พร้อมออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบ Flat-pack เพื่อลดน้ำหนักและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่ง ขณะที่ +SENSE (พลัส เซนส์) เจ้าของรางวัล DEmark 6 รางวัลนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 พัฒนาเฟอร์นิเจอร์สำหรับพื้นที่กลางแจ้งที่รองรับสภาพอากาศร้อนและฝนของเขตร้อน ส่วน ASE (เอเช่) มีประสบการณ์ผลิตเบาะและเฟอร์นิเจอร์สำหรับโรงแรมและตลาดส่งออก โดยเฉพาะญี่ปุ่น มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2535 ขณะที่ Sculpture (สคัลป์เชอร์) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และงานดีไซน์ที่นำเศษวัสดุจากกระบวนการผลิตกลับมาสร้างสรรค์เป็นงานประติมากรรม
เส้นใย สีธรรมชาติ และแสง สู่การตีความใหม่ของภูมิปัญญาไทย
อีกหนึ่งมิติสำคัญของ Thailand Creative House คือการนำ เส้นใยธรรมชาติและสีธรรมชาติ มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย โดย SARNSARD (สานสาด) สตูดิโอจากภาคใต้ที่มีการทำงานร่วมกับครอบครัวช่างฝีมือ 20 ครอบครัว นำเส้นใยธรรมชาติในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์และงานจัดวาง ขณะที่ MUNIE (มูนี) ถ่ายทอดผักตบชวาผ่านงานทอมือและการย้อมสีธรรมชาติ พร้อมพัฒนาวัสดุสำหรับแบรนด์แฟชั่นผ่านโครงการ Beyond Pelle ของ Kering ในอิตาลี
ด้าน INGTARA by Mae Ing Shibori (อิงตารา บาย แม่อิงชิโบริ) จากจังหวัดพะเยา ผสานเทคนิคการย้อมสีแบบล้านนา เช่น ดอกดาวเรือง คราม ฝาง และครั่ง เข้ากับเทคนิค Shibori ของญี่ปุ่น ขณะที่ ProdPran Craft (โปรดปราน คราฟท์) นำ “ห้อม” ซึ่งเป็นพืชให้สีครามที่เติบโตในพื้นที่ป่าเย็นชื้นของจังหวัดแพร่มาพัฒนาต่อยอดเป็นงานสร้างสรรค์
ขณะที่ฝั่งงานแสง Ango (แองโก) นำวัสดุธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิลมาสร้างสรรค์เป็นโคมไฟรูปทรงประติมากรรมด้วยมือ ซึ่งเคยจัดแสดงในฝรั่งเศส อิตาลี สิงคโปร์ และออสเตรเลีย และส่งออกไปยังตลาดตั้งแต่ญี่ปุ่นถึงสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่ R E S ซึ่งมีประสบการณ์ด้านงานโลหะมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2493 นำอะลูมิเนียมที่สามารถรีไซเคิลได้มาขึ้นรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง ด้าน 5iVESIS (ไฟว์ ซิส) ผลิตงานหล่อดีบุกและผสมผสานโสหะ และ THANIYA1988 (ฐาณิญา 1988) นำเครื่องปั้นดินเผาเพนต์มือมาจับคู่กับผลิตภัณฑ์สร้างกลิ่นหอมสำหรับบ้านจาก MN Formula (เอ็มเอ็น ฟอร์มูล่า) ซึ่งได้รับเลือกเป็นของที่ระลึกสำหรับงานของแบรนด์ระดับโลกอย่าง Chanel และ Louis Vuitton
วัสดุใหม่ วิธีการใหม่ เพื่อการออกแบบที่ยั่งยืน
นอกจากวัสดุจากภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้ว กลุ่มแบรนด์ไทยยังนำเสนอแนวทางการออกแบบและวัสดุรูปแบบใหม่ โดย loqa (โลกา) พัฒนาพื้นผิวแบบหมุนเวียนสำหรับงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายใน ซึ่งถูกนำไปใช้ในโครงการตั้งแต่สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปจนถึงสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
ขณะที่ Spirulina Society พัฒนาของใช้ในบ้านด้วยเทคโนโลยี 3D Printing จาก PLA ที่ผลิตจากพืชและไมซีเลียม ส่วน ONE MORE THING (OMT) พัฒนาผ้าจากเส้นด้ายรีไซเคิลด้วยเทคนิค Jacquard มีลวดลายให้เลือกกว่า 1,000 แบบ และไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำในการสั่งซื้อ ด้าน Qualy พัฒนาผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันภายใต้แนวคิด “Design for a Sustainable World” และ SHERPUBLIQ นำภูมิปัญญาสมุนไพรไทยมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์กลิ่นสำหรับโรงแรมและสปา โดย Thai Breathing Remedy ได้รับรางวัล DEmark
เชื่อมแบรนด์ไทยกับผู้ซื้อและผู้พัฒนาโครงการระดับโลก
นอกเหนือจากการจัดแสดงผลงาน Thailand Creative House ยังมีพื้นที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยพบปะผู้ซื้อ สถาปนิก และนักออกแบบโดยตรง พร้อมเข้าร่วม FIND VIP Buyer Programme ซึ่งทีมงาน FIND จะช่วยจัดการนัดหมายระหว่างแบรนด์กับผู้ซื้อที่ผ่านการคัดเลือกและมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยในปี 2569 มีผู้ซื้อที่ได้รับการยืนยันเข้าร่วม อาทิ Hilton International, DLF Limited, Gensler, HBA, Steve Leung Designers และ Dubai Holding Asset Management
ขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ ยังถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมออกแบบและการตกแต่ง โดยข้อมูลจาก Lodging Econometrics ระบุว่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีจำนวนโครงการก่อสร้างโรงแรมสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) ด้วยจำนวน 67 โครงการ รวม 16,372 ห้อง ซึ่งล้วนเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ แสงสว่าง สิ่งทอ และวัสดุตกแต่งในอนาคต
นายอาสา ผิวขำ ผู้อำนวยการสำนักอุตสากรรมสินค้าและบริการสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า “เราได้คัดเลือก 20 แบรนด์ไทยที่มีผลงานสร้างสรรค์บนรากฐานของวัสดุและงานฝีมือไทยที่อยู่คู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ไม้ปลูก ผักตบชวา ไปจนถึงครามธรรมชาติ และนำมาตีความใหม่ผ่านการออกแบบร่วมสมัยที่สามารถสื่อสารกับตลาดโลกได้อย่างลงตัว เราอยากเชิญชวนผู้เข้าชมจากทั่วโลก โดยเฉพาะสถาปนิกและผู้ซื้อ มาสัมผัสศักยภาพของงานออกแบบไทยด้วยตัวเองที่ FIND – Design Fair Asia Bangkok Edition 2026”
นายคาร์ล เพรส (Carl Press) ผู้จัดการทั่วไป Fiera Milano Asia Pacific กล่าวว่า “นักออกแบบไทยมีสิ่งที่สถาปนิกและผู้ประกอบการโรงแรมในภูมิภาคกำลังมองหา ทั้งวัสดุที่มีเรื่องราวและความสามารถในการผลิตผลงานให้รองรับโครงการในระดับจริง ด้วยความร่วมมือกับ CEA เราจึงเปิดพื้นที่ให้ 20 แบรนด์ไทยได้นำเสนอผลงานบนเวที FIND พร้อมเชื่อมต่อโดยตรงกับกลุ่มผู้ซื้อที่ทีมงานของเรานำมาสู่กรุงเทพฯ”
ทั้งนี้สามารถเข้าร่วมชมงานของทั้ง 20 แบรนด์ไทยและ Thailand Creative House ที่งาน FIND – Design Fair Asia Bangkok Edition 2026 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 - 28 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ววันนี้! พร้อมรับสิทธิ์เข้าชมงาน นิทรรศการพิเศษ และเข้าร่วมฟังเวทีเสวนา FIND Global Summit ฟรี ตลอดทั้ง 3 วัน (สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน ณ หน้างาน จะมีค่าธรรมเนียมเข้าชม 500 บาท) ผู้ลงทะเบียนสามารถใช้งานแอปพลิเคชัน FIND เพื่อค้นหาแบรนด์ บุ๊กมาร์กช่วงสัมมนา และนัดหมายล่วงหน้า เดินทางสะดวกผ่าน MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางออก 3
