LEARNING

'ศธ.'ปลูกฝังGrowth Mindsetเด็กไทย ชู4ทักษะอนาคตดัน5ด้านหลักอัปฯPISA



กรุงเทพฯ-ปลูกฝัง Growth Mindset เด็กไทย! รมว.ศธ. ชู 4 ทักษะอนาคต ดัน 5 ด้านหลัก มุ่งยกระดับคะแนน PISA เด็กไทยสู่มาตรฐาน OECD

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ PISA และพัฒนาคุณภาพการศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 1 เมื่อวานนี้ (5 พฤศจิกายน 2569) ที่ห้องประชุมราชวัลลภ ศธ. ว่า ได้ฝากที่ประชุมเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนงาน 5 ด้านหลัก ได้แก่ ทำงานเป็นทีมเดียวกัน การปรับเปลี่ยนการประเมินในห้องเรียน ไม่ทิ้งกลุ่มคะแนนต่ำไว้ข้างหลัง เร่งพัฒนาทักษะการอ่าน และติดตามผลต่อเนื่องทุก 1 ปี เพื่อยกระดับคะแนนเฉลี่ยเด็กไทยในการประเมินปี 2029 ให้เข้าใกล้มาตรฐาน OECD ในทุกด้าน

รมว.ศธ. กล่าวถึง สถานการณ์และวิเคราะห์ผลการประเมิน PISA ปี 2025 ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่นักเรียนกลุ่มคะแนนสูงและกลุ่มคะแนนต่ำ ยังมีความเหลื่อมล้ำหรือห่างกันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะ "ทักษะด้านการอ่าน" ที่มีช่องว่างของคะแนนกว้างที่สุด ส่วนวิธีคิดเพื่อการเติบโต หรือ Growth Mindset ยังพบว่า มีนักเรียนไทยเพียง ร้อยละ 36 ที่เชื่อว่าความสามารถของตนเองพัฒนาได้ ขณะที่ค่าเฉลี่ยประเทศสมาชิก OECD อยู่ที่ร้อยละ 69 ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งเปลี่ยนคือ ต้องสอนให้เด็กคิดและเชื่อว่า "ตนเองสามารถเก่งขึ้นได้"

รมว.ศธ. กล่าวฝากต่อที่ประชุมถึงการตั้งเป้าหมายและ Roadmap การยกระดับ PISA 2029 - 2033 เพื่อขยับคะแนนเฉลี่ยของเด็กไทยในการประเมิน PISA รอบต่อไป คือ ปี 2029 ให้เข้าใกล้และเป็นไปตามมาตรฐาน OECD ในทุกด้าน ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ ด้านคณิตศาสตร์ และด้านการอ่าน ส่วนเป้าหมายระยะยาว ขอให้มุ่งเน้นการพัฒนา 4 ทักษะสำคัญแห่งอนาคต ได้แก่ 1. ทักษะการคิดขั้นสูง 2. ความฉลาดรู้ด้านสื่อ 3. ความรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์ และ 4. ทักษะทางสังคมและอารมณ์ โดยจะนำประเด็นนี้ ไปหารือในเวทีการประชุมระดับโลก Global Education Meeting 2027 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับองค์การยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2570

“ผมได้ฝากแนวทางการขับเคลื่อนงาน 5 ด้านหลัก เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตาม Roadmap ให้เป็นทีมเดียวกัน พร้อมปรับสัดส่วนข้อสอบเน้นการคิดวิเคราะห์แนว PISA ในการประเมินระดับโรงเรียนอย่างน้อย 10% ในปี 2569 และขยับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปีต่อไป แต่ยังคงให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อดึงค่าเฉลี่ยในภาพรวมของประเทศให้สูงขึ้น พร้อม ๆ กับเร่งพัฒนาความรู้ เทคนิค และกลยุทธ์การสอนอ่านจับใจความและการคิดวิเคราะห์ของครูผู้สอน และติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดทุกปี โดยไม่ต้องรอให้ถึงรอบการสอบของ PISA ทุก 3 ปี” รมว.ศธ.กล่าว

ในส่วนของทักษะทางสังคมและอารมณ์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในอนาคตนั้น ทาง สกศ. ได้เร่งเตรียมความพร้อมจัดเก็บข้อมูลโครงการสำรวจทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Survey on Social and Emotional Skills: SSES) ของ OECD ที่มุ่งประเมินเพื่อศึกษาพฤติกรรม ตัวแปรทางจิตวิทยา และทักษะที่เรียนรู้ได้ของนักเรียนอายุ 15 ปี (รวมถึงอายุ 10 ปีตามความสมัครใจ) ซึ่งประเทศไทยจะเข้ารับการประเมิน รอบที่ 3 ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษา 5 สังกัด ใน 75 สถานศึกษาตัวอย่างทั่วประเทศ เพื่อประเมินทักษะการกำกับตนเอง ความคิดสร้างสรรค์ และการปรับตัวของเด็กไทยอายุ 15 ปี โดยเตรียมเก็บข้อมูลหลักในเดือนธันวาคม 2569 ก่อนนำผลวิเคราะห์เชิงลึกไปบูรณาการร่วมกับข้อมูล PISA เพื่อวางนโยบายพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พัฒนาครู และส่งเสริมสุขภาวการณ์เรียนรู้อย่างรอบด้าน ในเดือนมิถุนายน 2570