IN NEWS

‘พาณิชย์’เผยราคาน้ำมัน-วิกฤตน้ำท่วมดันเงินเฟ้อต.ค.69พุ่ง3.9%รอบ10ด.1.77%



กรุงเทพฯ-‘พาณิชย์’ เผยเงินเฟ้อทั่วไป ต.ค.69 พุ่ง 3.9% หากเฉลียรอบ10เดือนอยู่ที่ 1.7% โดยกว่าครึ่งราคา‘น้ำมันเป็นปัจจัยหลัก รองลงมากระทบจากวิฤกตน้ำท่วมใหญ่ ทำให้สินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปและผักสดขาดแคลนดันราคาสูงขึ้น ขณะที่ ‘Core CPI’หรือเงินเฟ้อพื้นฐาน ของเดือนตุลาคม 69ขยายตัว 1.58% ถ้าเฉลียรอบ 10 เดือนเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.06%

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงดัชนีราคาผู้บริโภคประจำเดือน ต.ค.2569 ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ในเดือน ต.ค.2569 เท่ากับ 103.90 สูงขึ้น 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น อันเนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เพาะปลูกผักที่สำคัญ ส่งผลให้ราคาผักบางชนิดปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยระยะสั้น โดยราคาผักสดทยอยปรับเข้าสู่ระดับปกติในช่วงปลายเดือน

“น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นคีย์หลัก ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้เงินเฟ้อเดือน ต.ค.สูงขึ้น โดยน้ำมันเชื้อเพลิงมีสัดส่วน 55.9% ของเงินเฟ้อรวม นั่นหมายความว่า เงินเฟ้อส่วนใหญ่ถูกผลักขึ้นจากเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก ตามมาด้วยอาหารสำเร็จรูป ซึ่งเกิดจากน้ำท่วมเป็นหลัก ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานไม่ได้เร่งขึ้นมา” นายนันทพงษ์ กล่าว

นายนันทพงษ์ ระบุว่า เมื่อพิจารณาเป็นรายหมวดสินค้า ในเดือน ต.ค.2569 หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 4.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ข้าวสารเจ้า ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ไข่ไก่ ไก่สด เนื้อสุกร มะนาว และผักคะน้า ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง อาทิ มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ลองกอง และมะม่วง

สำหรับหมวดอื่นๆที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 3.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการสูงขึ้นของราคาสินค้าและบริการที่สำคัญ อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าเช่าบ้าน ค่าโดยสารสาธารณะ และผลิตภัณฑ์ซักผ้า ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง อาทิ กระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม และค่าโดยสารเครื่องบิน

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบราคาสินค้าและบริการในเดือน ต.ค.2569 กับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ต.ค.2568) พบว่า สินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้นมีจำนวน 306 รายการ จากสินค้าทั้งหมด 464 รายการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าเช่าบ้าน ค่าโดยสารสาธารณะ โทรศัพท์มือถือ ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวสารเจ้า ไข่ไก่ ไก่สด เนื้อสุกร ผักบุ้ง ใบกะเพรา มะนาว คะน้า ฝรั่ง และผลิตภัณฑ์ซักผ้า เป็นต้น

สินค้าที่ราคาไม่เปลี่ยนแปลงมี 30 รายการ เช่น ค่าบริการส่วนกลาง ค่าเบี้ยประกันทรัพย์สิน ค่าน้ำประปา ค่าเบี้ยประกันชีวิต ค่าโดยสารรถไฟ ค่าโดยสารรถแท็กซี่ ค่าบริการบำรุงรักษารถยนต์ ค่าบริการจอดรถ และค่าเบี้ยประกันภัยรถ เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ราคาปรับตัวลดลงมี 128 รายการ เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ค่าโดยสารเครื่องบิน เครื่องรับโททัศน์ มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ลองกอง มะม่วง เสื้อเชิ้ต ผ้าปูที่นอน ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว และน้ำหอม เป็นต้น

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 10 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ต.ค.2569) อยู่ที่ 102.05 สูงขึ้น 1.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ต.ค.2569 เท่ากับ 103.10 สูงขึ้น 1.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 10 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ต.ค.2569) สูงขึ้น 1.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ย.2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ได้แก่ 1.ราคาพลังงานที่สูงขึ้น แม้ว่ากระทรวงพลังงานจะมีมาตรการปรับลดองค์ประกอบโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ แต่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงอยู่ในระดับสูง ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง

2.ราคาอาหารสำเร็จรูปมีแนวโน้มทยอยปรับสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากต้นทุนการประกอบอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นหลายด้าน แต่สูงขึ้นในระดับที่ต่ำลง 3.อัตราค่าโดยสารบางประเภทมีแนวโน้มสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง และ 4.ราคาอาหารสดบางชนิดที่มีความอ่อนไหวสูงต่อสภาพอากาศ มีความเสี่ยงปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากอุปทานบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน

ส่วนปัจจัยสนับสนุนให้เงินเฟ้อลดลง ได้แก่ 1.ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือน ก.ย.-ธ.ค.2569 อยู่ที่หน่วยละ 3.86 บาท ต่ำกว่ารอบก่อนที่หน่วยละ 3.95 บาท ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และ2.สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้การผลิตและการขนส่งสินค้าเกษตรทยอยกลับสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะผักสดบางชนิดที่มีแนวโน้มลดลงสู่ระดับปกติ

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 เป็น 1.8-2.2% ค่ากลาง 2% ภายใต้สมมติฐานว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) 2-2.5% ราคาน้ำมันดิบดูไบทั้งปี 85-95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนทั้งปี 32.4-32.9 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปัจจัยเพิ่มเติม คือ ราคาอาหารจานเดียว อาจสูงขึ้น 3-5% ค่ากระแสไฟฟ้า 3.86 บาทต่อหน่วย น้ำมันดีเซล 40-45 บาทต่อลิตร และสถานการณ์อุทกภัยและเอลนีโญไม่ส่งผลกระทบในวงกว้าง

นายนันทพงษ์ กล่าวด้วยว่า สนค.ได้สำรวจความต้องการของประชาชนและมาตรการของรัฐบาล โดยสำรวจประชาชน 5,553 ราย ระหว่างวันที่ 5-26 ต.ค.2569 พบว่ามาตรการที่ประชาชนต้องการมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ 1.ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน 2.ลดรายจ่ายประจำวัน และ3.เพิ่มรายได้และโอกาส

ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อลดค่าครองชีพให้ประชาชน เช่น ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชีวภาพ ปรับลดราคา ณ โรงกลั่น ลดค่ากระแสไฟฟ้า และมาตรการร่วมจ่ายไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ได้มีมาตรการออกมาเช่นกัน อาทิ โครงการไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ การร่วมกับผู้ประกอบการลดราคาสินค้าและบริการ 4,223 รายการ สูงสุด 78% ในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.2569 และส่งเสริมช่องทางจำหน่ายสินค้า

นายนันทพงษ์ กล่าวถึงผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯต่ออัตราเงินเฟ้อไทย ว่า ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งพรรคเดโมแครตได้เสียงข้างมากทั้ง 2 สภา นั้น มีแนวโน้มลดแรงกดดันเงินเฟ้อไทย ผ่านราคาพลังงานเป็นสำคัญ ซึ่งในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา จะเห็นว่าราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ในขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยช่วยลดต้นทุนนำเข้า แต่ผลยังจำกัด ส่วนราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ไม่มีผลโดยตรงต่อ CPI