THAILAND

ผู้ว่าแปดริ้วเปิดงานขึ้นเขาเผาข้าวหลาม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเผ่า'ลาวเวียง'



ฉะเชิงเทรา-ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเปิดงานประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นไหว้รอยพระพุทธบาตรกราบพระนอนองค์ใหญ่

วันนี้ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณทางขึ้นเขาวัดสุวรรณคีรี ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม ประจำปี 2569 โดยมีนายสุพจน์ ตรีรัตนนุกูล นายอำเภอพนมสารคาม ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันสมบัติ นพเกตุ อดีตกำนันตำบลแปลงยาว รองนายกอบตฉะเชิงเทรา ผู้นำชุมชน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียง เข้าร่วมงานเป็นจำนวนนับพันคนในทุกปี ในการนี้ พระครูสิทธิคีรีเขต เจ้าอาวาสวัดสุวรรณคีรี เจ้าคณะตำบลหนองแหน เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดสุวรรณคีรี ร่วมประกอบพิธีทางศาสนา ภายหลังผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้กล่าวเปิดงานแล้ว ได้มีพิธีเปิดป้ายงานประจำปี “ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม” จากนั้นประธานในพิธีได้ประกอบพิธีปิดทองหลวงพ่อองค์ดำ พระสีวลี และอดีตเจ้าอาวาส ตามลำดับ 

ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม ณ วัดสุวรรณคีรี ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ถือเป็นประเพณีอันดีงามที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความสามัคคี และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนา สร้างความสมัครสมานสามัคคีในสังคม และปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงคุณค่าในการร่วมกันอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันทรงคุณค่าให้คงอยู่สืบไป ประชาชนต่างพากันเดินขึ้นเขาบันใดกว่า718ขั้นเพื่อขึ้นไปกราบไหว้รอยพระพุทธบาตรเก่าแก่ และกราบไหว้ขอพรพระนอนองค์ใหญ่

ทั้งนี้ งานประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1/2กุมภาพันธ์ 2569 รวม2วัน ตลอดทาง ชาวบ้านจะมีการเผาข้าวหลามกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม การละเล่นเหมือนทุกปีที่มีมา ในวันที่ 2 กุมภาพันธุ์ ยังมีการแห่ผ้าป่าขบวยยิ่งใหญ่จากตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาวมาทอดณ วัดสุวรรณคีรี ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทราอีกด้วย

ความเป็นมาของประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลามลาวเวียง

ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลามของชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประเพณีที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งอพยพมาจากเวียงจันทร์ สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ซึ่งเรียกตัวเองว่า “ชาวลาวเวียง” ปัจจุบันตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขต อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา “บุญข้าวหลาม” เป็นประเพณีการทำบุญถวายข้าวหลาม ขนมจีนน้ำยาป่าแด่พระภิกษุสงฆ์ วัดหนองบัว วัดหนองแหน ซึ่งอยู่ในเขต อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ประเพณีนี้มีในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3ของทุกปี เหตุที่ถวายข้าวหลามนั้น อาจเป็นเพราะเดือน 3 เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา จึงนำข้าวอันเป็นพืชหลักของตนที่ได้จากการเก็บเกี่ยวครั้งแรก ซึ่งเรียกว่าข้าวใหม่ จะมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมาก นำมาทำเป็นอาหาร โดยใช้ไม้ไผ่สีสุกเป็นวัสดุประกอบในการเผา เพื่อทำให้ข้าวสุก เรียกว่า “ข้าวหลาม” เพื่อนำไปถวายพระภิกษุ การเผาข้าวหลาม ชาวบ้านจะเริ่มเผาในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 3 โดยชาวบ้านจะออกไปหาไม้ไผ่ ซึ่งมีอยู่มากในหมู่บ้านมาทำกระบอกข้าวหลาม ซึ่งจะต้องเลือกลำไผ่ที่ไม่แก่หรืออ่อนมากเกินไป ไม่มีตามด เพราะตามดจะทำให้มีกลิ่นเหม็นและไม่มีเยื่อ ทำให้ข้าวติดกระบอก ความยาวของปล้องไม้ไผ่ ห่างพอควร ยาวประมาณ 18 นิ้ว นำไม้ไผ่ทั้งลำมาตัด หรือเลื่อยเป็นท่อน ๆ โดยมีข้อต่อที่ก้นกระบอกจากนั้นนำ “ข้าวเหนียว” ที่มีกะทิผสมเรียบร้อยแล้ว ใส่กระบอกนำไปเผาไฟที่ลานบ้าน โดยขุดดินเป็นรางตื้น ๆ เป็นที่ตั้งกระบอกข้าวหลาม รอบ ๆ แถวข้าวหลามก่อกองไฟขนานไปกับข้าวหลาม บางบ้านใช้ต้นไม้ที่ตายแล้วทั้งต้นมาเป็นเชื้อเพลิง เช้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ชาวบ้านจะนำข้าวหลามขนมจีนไปทำบุญที่วัดการทำบุญข้าวหลามของชาว“ลาวเวียง”ยังคงทำกันตามประเพณีดั้งเดิมและผสมผสานกับประเพณีไทยก็คือการปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลองที่วัดเขาดงยาง (วัดสุวรรณคีรี) เขต ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา กลางเดือน 3 ชาวบ้าน “ลาวเวียง” ซึ่งอยู่ห่างจากวัดดงยาง ประมาณ 4 – 6 กิโลเมตร ต้องเดินทางด้วยเท้าไปปิดทอง โดยใช้เส้นทางผ่านบ้านหัวสำโรง ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว ซึ่งมีชาวไทยเชื้อสายเขมร ตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมาก ประเพณีบุญข้าวหลามจึงแพร่หลายสู่บ้านหัวสำโรง และรับเป็นประเพณีของชนกลุ่มตน เป็นประเพณี “ขึ้นเขาเผาข้าวหลาม” ของชาวชุมชนหัวสำโรง ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา มาจนถึงทุกวันนี้

ประเพณีบุญข้าวหลามเป็นประเพณีของชาวลาวเวียงและลาวพวนในอำเภอพนมสารคามซึ่งเป็นชุมชนชาวไทยเชื้อสายลาวที่อยู่ใกล้เคียงกับชาวไทยเชื้อสายเขมรประเพณีนี้อาจเป็นสิ่งที่ยึดถือสืบต่อกันมาแต่ก่อนเมื่อครั้งยังอยู่ในประเทศลาวจึงเท่ากับเป็นการรักษาประเพณีดั้งเดิมที่เคยปฏิบัติกันมา ซึ่งเท่ากับเป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนาทางหนึ่ง

วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ชาวบ้านทุกบ้านจะเผาข้าวหลาม เพื่อนำไปถวายพระในเช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ตอนสายจะพากันเดินไปขึ้นเขาดงยาง ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ ๖ กิโลเมตร เพื่อปิดทองรอยพระพุทธบาทบนเขาดงยาง และนำข้าวหลามไปรับประทานบนเขา

นอกเหนือจากการทำบุญกุศลแล้วยังเป็นการชุมนุมพบปะกัน ของชนเผ่าผู้อพยพทางหนึ่ง ทั้งนี้สืบเนื่องจากชุมชนลาวรุ่นแรกๆล้วนมาจากประเทศลาวแล้วแยกย้ายกันบุกเบิกป่าสร้างที่ทำกิน การกำหนดนัดพบหน้าโดยถือเอาวันสำคัญทางศาสนาเป็นแกนนั้นนับได้ว่าได้ทั้งบุญกุศส ได้ทั้งความรู้สึกอบอุ่นทางเชื้อชาติในคราวเดียวกัน

ชวลิต ด้วงเงิน/ฉะเชิงเทรา