THAILAND

ตร.ใต้ทำงานหนักชุมพรรวบแรงงานเถื่อน ตร.สงขลาร่วมตร.อุดรฯจับแก๊งค์ทุบรถ



ตร.ทางหลวงชุมพรรวบ “วันเฉลิม” ซิ่งกระบะตู้ทึบขนแรงงานพม่าส่งใต้ สารภาพรับจ้าง “นายบัง มีนบุรี” หัวละ 3 พัน ยัดพม่า 7 รายหวังส่งหาดใหญ่​ตร.ทางหลวงชุมพรตาไว สกัดจับคารถสายเอเชีย แจ้งข้อหาหนัก “นำพา-ซ่อนเร้น” ส่งตัวดำเนินคดีพร้อมพวกรวม 8 ราย และตม.สงขลา ร่วมกับ สืบ ตม. 4 และสืบเมืองอุดรฯ สกัดแกงค์ทุบรถชาวต่างชาติ คาด่านชายแดน

​ชุมพร – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.50 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงภายใต้การอำนวยการของกองกำกับการ 2 บก.ทล. นำโดย ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. พร้อมลูกชุด นำรถวิทยุตรวจการณ์หมายเลข 2406 ออกปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายและยาเสพติดบนเส้นทางหลักพื้นที่ภาคใต้​สกัดจับกระบะตู้ทึบต้องสงสัย ซิ่งขวาไม่สนด่าน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณ ทล.360 กม.9+200 ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร ได้สังเกตเห็นรถยนต์กระบะยี่ห้อ ISUZU รุ่น DMAX สีเทา หมายเลขทะเบียน 3 ฒฎ 837 กทม. ลักษณะด้านหลังต่อเติมเป็นตู้ทึบมิดชิด ขับขี่มาด้วยความเร็วสูงในช่องทางขวาอย่างมีพิรุธ คล้ายต้องการหลบเลี่ยงการถูกตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จึงเร่งเครื่องติดตามพร้อมส่งสัญญาณไซเรนให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบทันที
​เปิดตู้ตะลึง! พบต่างด้าวอัดแน่น 7 ราย

จากการตรวจสอบ ทราบชื่อคนขับคือ นายวันเฉลิม ลาภเนรมิต เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นภายในตู้ทึบหลังรถ ถึงกับพบสภาพที่น่าสลดใจ มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาอัดแน่นอยู่ภายในรวม 7 คน แบ่งเป็นชาย 3 คน และหญิง 4 คน ทราบชื่อคือ 1.นายเตมิวอู 2.นายเตตาม 3.นายเซมิวลาย 4.น.ส.ฮาวดวนนวน 5.น.ส.มากานกอ 6.จินต๋วยมวน และ 7.จินซานนัว ทั้งหมดอยู่ในสภาพเหนื่อยล้า และจากการตรวจสอบไม่พบเอกสารหนังสือเดินทางหรือเอกสารการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมาย
​แฉขบวนการ "ABCเอาตัวให้รอด" จ้างขนข้ามภาค

จากการสอบสวนขยายผล นายวันเฉลิม ยอมรับสารภาพว่า ตนเองได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Line จากนายหน้าคนไทยที่รู้จักในชื่อ “นายบัง” ย่านมีนบุรี กทม. (ใช้ชื่อไลน์ว่า ABCเอาตัวให้รอด) โดยนายบังได้สั่งการให้ตนไปรับแรงงานเถื่อนทั้งหมดที่บริเวณบ้านพักใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อนำไปส่งที่ปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แลกกับค่าจ้าง “หัวละ 3,000 บาท” โดยตกลงว่าจะโอนเงินให้หลังจากส่งถึงที่หมายภายใน 2 วัน แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกัดจับได้ที่จังหวัดชุมพรเสียก่อน​แจ้งข้อหาหนัก "นำพา-ซ่อนเร้น"

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการแยกบันทึกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้:​นายวันเฉลิม (คนขับ): ถูกแจ้งข้อหาหนัก "รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม" (นำพาและซ่อนเร้น)​บุคคลต่างด้าวทั้ง 7 ราย: ถูกแจ้งข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต"​ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมรถของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลตามล่าตัว "นายบัง" หัวหน้าขบวนการรายนี้มาลงโทษต่อไป

ตม.สงขลาร่วมกับสืบตม.4และสืบเมืองอุดรฯสกัดแกงค์ทุบรถต่างชาติ

วันที่ 7 ก.พ. 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์  ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต. ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 , พล.ต.ต.ธวัชชัย  ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.อุดรธานี , พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 , พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 , พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 , พ.ต.อ.สรธรรศจ์  เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา ,พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี , พ.ต.อ.ชยุต นิลประเสริฐ ผกก.สส.บก.ตม.4 

สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา บูรณาการกำลังกับชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี , ชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 และ ชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี จำนวน 2 นาย

สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 มีผู้เสียหายรายหนึ่งมาพบกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ว่า ขณะที่ตนจอดรถเพื่อไปทำธุระที่ห้องสรรพสินค้าแห่งหนึ่งกลางเมืองอุดรธานี เมื่อกลับมาพบว่ารถยนต์ของตนถูกทุบกระจกฝั่งผู้โดยสารด้วยของแข็ง ตรวจสอบพบว่ามีทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวนหนึ่ง จี้ทองคำ 1 ชิ้น และกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ในรถสูญหายไป เหตุการณ์ดังกล่าวมีการแชร์อย่างแพร่หลายในเพจเฟสบุ๊ค อุดรโพสต์ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายจนทราบว่าคือ นายฮุสเซน(นามสมมติ) อายุ 54 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย เป็นผู้ลงมือทุบรถผู้เสียหายพร้อมกวาดทรัพย์สินภายในรถ หลังก่อเหตุมีนายมูฮัมหมัด ราฟูดิน(นามสมมติ) อายุ 27 ปี สัญชาติมาเลเซีย ขับรถจักรยานยนต์พาหลบหนี และจากข้อมูลการสืบสวนพบว่าขณะนี้ทั้ง 2 คน ออกนอกพื้นที่ไปแล้วจึงได้ประสาน พ.ต.อ.ชยุต นิลประเสริฐ ผกก.สส.บก.ตม.4 ช่วยกระจายเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศรับทราบก่อนที่คนร้ายจะออกนอกประเทศ ในขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนกระทั่งศาลจังหวัดอุดรธานีอนุมัติหมายจับทั้ง 2 นาย ในความผิดข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และทำให้เสียทรัพย์” 

ต่อมาชุดสืบสวนได้แกะรอยจนพบว่า คนร้ายทั้ง 2 คน มาเช่ารถจักรยานยนต์ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เชื่อว่าอาจนำมาใช้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันหรือใช้ในการเดินทางหลบหนี จึงสะกดรอยตามจนพบว่าคนร้ายมาปรากฎตัวที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซาร์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงหมายจับ จากการสอบถามทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเฝ้าติดตามพฤติกรรมของผู้เสียหายตั้งแต่เดินทางไปเบิกเงินสดที่ธนาคารแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นสะกดรอยตามจนกระทั่งผู้เสียหายจอดรถไปทำธุระ จึงลงมือโดยใช้หินทุบกระจกรถ หยิบกระเป่าที่วางภายในรถไป แต่เมื่อเปิดดูพบว่าผู้เสียหายนำเงินที่เบิกถอนมาจากธนาคารก่อนหน้านี้ติดตัวลงไปด้วย จึงได้เงินเพียง 2,000 บาทและจี้ทองคำ 1 ชิ้น  ชุดจับกุมจึงทำการจับกุมควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจขอฝากประชาชนอย่าวางทรัพย์สินของมีค่าไว้ในรถ หรือแม้แต่การลงจากตัวรถควรดับเครื่องนำกุญแจรถติดตัวไปและปิดกลอนประตูรถทุกครั้ง เนื่องจากขณะที่ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ไม่อาจทราบได้เลยว่ามีใครเฝ้าสังเกตรอสบโอกาสประทุษร้ายทรัพย์สินของเรา ทั้งนี้ หากพบเบาะแสหรือต้องการร้องเรียนคนต่างด้าวกระทำความผิดในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ทางสายด่วน 1178 ตลอดเวลา