THAILAND

สุดยื้อ!แม่ช้างป่าบาดเจ็บสระแก้วล้มแล้ว หลังทีมสัตวแพทย์ระดมช่วย3วันเต็ม



ปราจีนบุรี-สุดยื้อ! แม่ช้างป่าบาดเจ็บที่สระแก้วล้มแล้ว หลังทีมสัตวแพทย์ระดมกำลังช่วย 3 วันเต็ม ก่อนหน้าทีมสัตวแพทย์ เผยข่าวดีอาการ "ช้างป่าสระแก้ว" ลุกยืนได้เองแล้ว หลังให้ยา-เสริมแคลเซียมต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าระวังใกล้ชิดตลอด 24 ชม."

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจ้งว่า  นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยความคืบหน้าปฏิบัติการช่วยชีวิตช้างป่าเพศเมียที่บาดเจ็บบริเวณขาหน้าด้านซ้าย ในพื้นที่บ้านโนนสมพร อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ซึ่งเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างน่าประทับใจ หลังทีมสัตวแพทย์เข้าให้การรักษาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

จากการติดตามอาการในช่วงเช้าของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีมสัตวแพทย์พบว่าช้างป่าตัวดังกล่าวพยายามเดินจากจุดเดิมมาได้ประมาณ 100 เมตร ก่อนจะล้มตัวลงนอนตะแคงและไม่สามารถลุกขึ้นยืนเองได้ แม้อัตราการหายใจยังปกติ (9-12 ครั้งต่อนาที) แต่สภาวะร่างกายเริ่มอ่อนล้า

ทีมสัตวแพทย์จึงตัดสินใจดำเนินแผนการรักษาเชิงรุก โดยการ "ย่องเงียบ" เข้าทางด้านหลังช้างอย่างระมัดระวัง เพื่อฉีดยาแก้ปวด ยาระงับการอักเสบ ยาฆ่าเชื้อ และวิตามินบำรุงเข้าทางกล้ามเนื้อได้สำเร็จ พร้อมทั้งมีการเสริมแคลเซียมเม็ดซ่อนในอ้อยและกล้วยเพื่อให้ช้างได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

ช่วงบ่าย ขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมรถแบคโฮและสายสะพายเพื่อช่วยพยุงร่างช้างขึ้นตามแผนการรักษา นั้น ในเวลา 13.30 น. ช้างป่ากลับแสดงความแข็งแกร่งด้วยการฮึดสู้พยุงตัวลุกขึ้นยืนได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องจักร สร้างความดีใจและขวัญกำลังใจให้กับทีมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นายอรุณ พงศ์ไพฑูรย์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ได้รายงานเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมของช้างป่าเริ่มมีความผ่อนคลายและลดความเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเริ่มใช้งวงโน้มกิ่งไผ่และโบกหูแสดงความรู้สึกสบายใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ออกห่างช้างจะเอนตัวนอนพักในคูน้ำที่แห้งเพื่อคลายความเหนื่อยล้า

"ในช่วงค่ำเราพบว่าช้างป่าเริ่มนอนหลับสนิทจนมีเสียงกรน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีมากว่าเขารู้สึกปลอดภัยและมีสภาพจิตใจที่มั่นคงขึ้น แม้จะยังคงตื่นตัวเมื่อได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ แต่การที่เริ่มมีแรงลุก-นอนถี่ขึ้น และกินอาหารได้เป็นปกติ ถือเป็นก้าวสำคัญของการรักษา" 

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมน้ำดื่มสะอาดและอาหารไว้รอบบริเวณ พร้อมทำการตักน้ำราดตัวเพื่อช่วยระบายความร้อนให้แก่ช้างป่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์จะยังคงเฝ้าประเมินอาการและวางแผนการรักษาในระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่าช้างป่าตัวนี้จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตในป่าได้ตามปกติในเร็ววัน

ล่าสุดวันนี้  14 กุมภาพันธ์ 2569   ฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยถึงข่าวที่เศร้า หลังจากได้รับรายงานจากทีมสัตวแพทย์ว่า ช้างป่าเพศเมียที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาหน้าด้านซ้าย ในพื้นที่บ้านโนนสมพร อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว ล้มแล้วแล้ว เมื่อเวลา 16.59 น. (วันนี้) แม้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือและรักษาอย่างเต็มความสามารถตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นายอรุณ พงศ์ไพฑูรย์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) รายงานว่า เมื่อเช้าวันนี้ ทีมงานได้แจ้งข่าวดีว่าอาการของช้างดีขึ้น แต่เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. สถานการณ์เปลี่ยนแปลง ช้างมีอาการปวดเกร็งอย่างรุนแรง ทีมสัตวแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย 

กระทั่งเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่นำตัวอย่างเลือดส่งห้องปฏิบัติการ เพื่อประเมินสุขภาพโดยละเอียด ตรวจการทำงานของตับและไต พร้อมประเมินสถานะการตั้งครรภ์เบื้องต้น ตลอดช่วงบ่าย ทีมสัตวแพทย์ให้สารน้ำ ยากระตุ้นทางเดินอาหาร และยาลดปวดลดอักเสบอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากช้างมีอาการปวดเกร็ง

กระทั่งเวลา 16.50 น. สัญญาณอันตรายปรากฏชัด เมื่อช้างขับถ่ายปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลเข้มผิดปกติ ก่อนจะเข้าสู่ภาวะช็อก ทีมสัตวแพทย์เข้ากู้ชีพทันทีและให้ยาฉุกเฉินเพื่อดึงสัญญาณชีพกลับมา แต่แม่ช้างไม่ตอบสนองต่อการรักษาและจากไปในที่สุดในอีกไม่กี่นาทีต่อมา

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประสานพนักงานสอบสวนและรถแบคโฮ เพื่อขนย้ายซากช้างนำไปประกอบพิธีทางศาสนาและชันสูตรหาสาเหตุการตาย ณ หน่วยพิทักษ์ป่าเขาตะกรุบ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และป้องกันเหตุการณ์คล้ายกันในอนาคต

นายสุขี บุญสร้าง กล่าวว่า ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียครั้งนี้ แม้จะได้พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตลอด 3 วัน ทั้งนี้ ทางสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าจะรายงานผลการชันสูตรและข้อมูลเพิ่มเติมให้ทราบต่อไป

มานิตย์ สนับบุญ/ปราจีนบุรี