THAILAND

วัดไผ่ล้อมจัดกิจกรรมวันมาฆบูชาทำบุญ ตักบาตร-เวียนเทียนรอบโบสถ์



นครปฐม-พุทธศาสนิกชนชาวนครปฐม ร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีตักบาตรข้าวหลามชุมชนวัดพระงาม ส่วนคณะครูอาจารย์นำนักเรียนเวียนเทียนรอบโบสถ์เฉลิมพระเกียรติวัดไผ่ล้อม วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องในวันมาฆบูชา ปี 2569

วันที่ 3 มีนาคม  2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดพระงาม พระอารามหลวง ต.พระปฐมเจดีย์  อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีตักบาตรข้าวหลาม ชุมชนวัดพระงาม  เนื่องในวันมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมกิจกรรมตักบาตรข้าวหลาม เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569 

การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน หรือ บวร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น ( วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา) โดยพระสงฆ์จำพรรษากาลวัดพระงาม พระอารามหลวง เท่านั้น ซึ่งชุมชนพระงาม ถือเป็นต้นกำเนิดของข้าวหลามในจังหวัดนครปฐม เพราะมีชาวบ้านทำกันทุกหลังคาเรือน แต่ปัจจุบันอาชีพนี้กำลังสูญหายไปตามเหตุปัจจัยต่างๆ

สำหรับประวัติข้าวหลามนครปฐม ยังไม่ทราบประวัติที่แน่นอน แต่น่าจะมีก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากภาพถ่ายเมื่อคราวพระองค์เสด็จมานครปฐม ผ่านบริเวณสถานีรถไฟ ในภาพมีคนขายข้าวหลามสองข้างทาง แต่เดิมชาวบ้านมีอาชีพทำนาเป็นหลักจะมีการทำข้าวหลามปีละครั้ง ช่วงหลัง 3 ค่ำเดือน 3 จนถึงเดือน 4 (กุมภาพันธ์-มีนาคม) ต่อมามีผู้นำข้าวหลามมาขายเป็นอาชีพจึงมีการขายตลอดทั้งปี

ประกอบกับจังหวัดนครปฐม ตั้งอยู่ในเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคใต้ ผู้คนสัญจรรถไฟจำนวนมาก ข้าวหลามเร่ นำโดยแม่ทรัพย์ ยายหมาและยายเพาจึงเป็นที่ต้องการของคนที่รอรถไฟ ตลาดข้าวหลาม  จึงถือกำเนิดขึ้น

ในปี พ.ศ.2503 ข้าวหลามเสวย ยุคทองข้าวหลามนครปฐม นายพล วงศาโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และ นายสว่าง แก้ววิจิตร นายกเทศมนตรีนครนครปฐม ในสมัยนั้นขอให้แม่ทรัพย์จากชุมชนพระงามสาธิตการทำข้าวหลามถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 คราวเสด็จพระราชวังสนามจันทร์ พร้อมด้วยพระราชอาคันตุกะ ทำให้ชื่อเสียงของข้าวหลามนครปฐม ได้แพร่หลายออกไปมากขึ้น และกลายเป็นที่มาของคำว่า “ข้าวหลามเสวย”

เมื่อมีการตัดถนนพระรามที่ 2 กรุงเทพฯ - สมุทรสงคราม ทำให้การสัญจรลงภาคใต้ไม่ผ่านตัวเมืองนครปฐม ผนวกกับขาดจุดจำหน่ายและต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทำให้อาชีพทำข้าวหลามซบเชาลง 

ต่อมาในปี พ.ศ.2533 การเกิดขึ้นของ ชมรมข้าวหลามพระงาม พระครูประภัทรธรรมาทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระงามมีความกังวลว่า การทำข้าวหลาม จะเสื่อมลงไปเรื่อยๆ จนหายไปจากคำขวัญจังหวัด เหมือนผ้าดำดี ของนครชัยศรี จึงสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือของหลายฝ่าย ทั้งวัด สถาบันการศึกษาและผู้ประกอบการ เป็นผลให้เกิด ชมรมข้าวหลามพระงาม

และปี พ.ศ.2547 พัฒนาการชมรมข้าวหลามนครปฐม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้จัดประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อนุรักษ์ฟื้นฟูอาชีพข้าวหลาม ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขส่งเสริมรับรองคุณภาพข้าวหลามให้ปลอดภัยถูกหลักอนามัย โดยมี นายองอาจ โตอดิเทพ เป็นประธานชมรมข้าวหลามนครปฐม คนแรก

 ปี พ.ศ.2550 จากมาตรฐาน อ.ย. สู่สินค้า OTOP โครงการข้าวหลามหวานมันจังหวัดนครปฐม มีคุณภาพเป็นที่หนึ่งของประเทศ ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข

ปี พ.ศ.2566 ได้มีการฟื้นฟูประเพณีตักบาตรข้าวหลาม วัดพระงาม โดยร่วมกับชุมชนถนนคนเดิน ชุมชนพระงามมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมฟื้นฟูประเพณีตักบาตรข้าวหลาม ตามคำบอกเล่าของคนในชุมชนว่า แต่เดิมมักมีการเผาข้าวหลามแล้ว นำมาถวายพระสงฆ์ที่วัดพระงาม วัดพระงาม จึงให้มีการตักบาตรข้าวหลามขึ้นอีกครั้ง ทุกวันมามบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชาเป็นต้นมา

ส่วนที่วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ดร. วชรกมล สุศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดไผ่ล้อม (พูลประชาอุปถัมภ์) พร้อมด้วยนางตุ๊กตา โสภณธรรมคุณ รองผู้อำนวยการ นางสาววนิดา วันเนาว์ รองผู้อำนวยการ คณะครู อาจารย์ พร้อมด้วยนักเรียนชั้นประถมศึกษา ชั้นที่4 ถึง 6 เข้าร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชา (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3) ทำนุบำรุงศาสนาและความสงบทางจิตใจ โดยกิจกรรมหลักเริ่มจากทำ ฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีล 5 และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ พร้อมประกอบพิธีเวียนเทียนถือดอกไม้ธูปเทียนเดินเวียนขวา 3รอบรอบพระอุโบสถ 

ทั้งนี้คณะครูอาจารย์ ในเครือข่ายได้ประสานความร่วมมือ ในการส่งเสริมพระพุทธศาสนากับเด็กและเยาวชนในพื้นที่เขตอำเภอเมืองนครปฐม ซึ่งได้มีการนำแนวทางพาเยาวชนเข้าวัดเพื่อขัดเกลาจิตใจและให้เข้าใจถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิมเพื่อการสืบสาน แนวทางในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขโดยมีพระธรรมคำคำสั่งสอนเป็นหลักในการดำรงชีวิตและเป็นแนวทางสำหรับการวางแนวทางในการวางรากฐาน เพื่อการศึกษาอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ