THAILAND

 ดราม่า!ทุเรียนปราจีนบุรียัดใส้เริ่มพ่นพิษ ชาวสวนร้องผู้ว่าฯ'คนตื่นธรรม'ทุบราคา



ปราจีนบุรี – ดราม่าทุเรียนพ่นพิษเดือดสนั่นเมือง เกษตรกรชาวสวนทุเรียนปราจีนบุรีรวมตัวเข้าร้องเรียนผู้ว่าฯ หลังอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” ไลฟ์สดสับเละ แฉกลยุทธ์ “ตัดรอ-สวมสิทธิ์ทุเรียนนอกสวน” ด้านชาวสวนโต้กลับเดือด ถูกมัดมือชกขนของไปถึงกรุงเทพฯ แล้วเพิ่งโทรมาเคลม ทำลายชื่อเสียงทุเรียน GI วอนภาครัฐเร่งเยียวยา ขณะที่จังหวัดเดินหน้าจัดงาน "วันเกษตรปราจีนบุรี ครั้งที่ 60" ยืนยันคุณภาพทุเรียนท้องถิ่นแท้ๆ ด้านแม่ค้าอาวุโสส่งซิกเอ็นดู คราวหน้ามาแต่ตัว เดี๋ยวจัดทีมปอก-ทีมคัดให้เสร็จสรรพชี้ทุเรียนปราจีนบุรีGI เป็นอัตลักษณ์พิเศษเน้นรสชาติไม่เน้นรูปทรง แทบไม่รู้จักทุเรียนเกรด A B 

เมื่อเวลา 21.50   น. วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดปราจีนบุรี ว่ากรณีเกิดประเด็นดราม่าเดือดสะเทือนวงการผลไม้รับฤดูกาลทุเรียน เมื่อเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี  รวมตัวเข้าร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหลังถูกอินฟลูเอนเซอร์และนักบรรยายธรรมชื่อดัง “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” ออกมาไลฟ์สดผ่านโซเชียลมีเดีย สับเละว่าสวนทุเรียนในปราจีนบุรีทำผิดสัญญา แอบตัดทุเรียนรอก่อนทีมงานไปถึง และตั้งข้อสังเกตว่ามีการนำทุเรียนนอกสวนมา "สวมสิทธิ์" ยัดเยียดขายจนยอดพุ่งเกินจริง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ทางด้าน "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" ได้เคลื่อนไหวผ่านการไลฟ์สดชี้แจงประเด็นดังกล่าวอย่างดุเดือด ในวันนี้ต่อ โดยระบุว่าตนมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา และแฉพฤติกรรมบางสวนที่มีเจตนาไม่โปร่งใส โดยระบุว่าตนมีเงื่อนไขชัดเจนว่าจะส่งทีมงานไป "เฝ้าสวน" เพื่อควบคุมก่อนการตัด ป้องกันการสวมสิทธิ์ และต้องไปถึงก่อนจึงจะตัดได้ แต่ปรากฏว่าบางสวนกลับ "ตัดรอ" ไว้ล่วงหน้าเป็นร้อยลูกแล้วบังคับให้รับซื้อ

นอกจากนี้ อาจารย์เบียร์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ตอนลงพื้นที่เจรจา 5 สวน ทุกสวนบอกว่ามีทุเรียนเกรด AB แค่สวนละ 300 - 500 กิโลกรัมเท่านั้น แต่ถึงเวลาส่งมอบจริง กลับมียอดพุ่งสูงถึงสวนละ 2 - 3 ตัน ซึ่งเกินความเป็นจริงไปหลายเท่าตัว จนน่าสงสัยว่าเอาทุเรียนจากไหนมาส่ง ทั้งยังเจอปัญหาเนื้ออ่อน เป็นรา เน่าหนอน จนต้องยอมหั่นราคาขายขาดทุน ส่วนกรณีที่มีคอมเมนต์เตือนว่าให้บรรยายธรรมอย่างเดียวไม่ต้องขายของ อาจารย์เบียร์ตอกกลับอย่างเผ็ดร้อนตามสไตล์ว่า "แล้วกูจะเอาอะไรแดก มึงมาหาเลี้ยงกูมั้ยล่ะ"

ต่อมาทางเพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี และสภาเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ได้โพสต์ภาพความเคลื่อนไหวระบุว่า เกษตรกรชาวสวนทุเรียนจาก 11 สวนในจังหวัดปราจีนบุรีที่ได้รับความเดือดร้อน ได้เดินทางเข้าพบ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี โดยมอบหมายให้ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรม เข้ารับเรื่องร้องเรียนและประชุมด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา

ตัวแทนเกษตรกรเปิดเผยว่า แอดมินเพจดังได้มาตกลงซื้อทุเรียนถึงหน้าสวนรวม 11 สวน โดยมีการตรวจนับและคัดเลือกทุเรียนด้วยตัวผู้ซื้อเองจนพอใจ ก่อนจะขนขึ้นรถตู้ทึบที่ผู้ซื้อเตรียมมาเอง ซึ่งทางสวนได้เตือนแล้วว่ารถทึบมีความร้อนสูง ไม่เหมาะกับการขนส่งทุเรียน แต่เมื่อผู้ซื้อขนสินค้าไปถึงย่านหนองจอก กลับโทรมาอ้างว่าทุเรียนตกเกรดจำนวนมากและจะขอส่งคืน พร้อมพูดโจมตีผ่านโซเชียล ทำให้ชาวสวนเครียดจนนอนไม่หลับ ชาวสวนมองว่า หากไม่พอใจสินค้าควรปฏิเสธตั้งแต่อยู่ที่สวน ไม่ควรขนไปแล้วโทรกลับมาขอเงินคืน ซึ่งถือเป็นการกล่าวหาและทำลายชื่อเสียงทุเรียนปราจีนบุรีที่เน้นคุณภาพตามธรรมชาติ ไม่เคยป้ายยา จึงได้พร้อมใจกันลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อแสดงความโปร่งใส

ล่าสุดในวันเดียวกันนี้ (28 พ.ค. 2569) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดประชุมร่วมกัน ณ ศูนย์ราชการใหม่ จ.ปราจีนบุรี ก่อนแบ่งกำลังเป็น 3 สาย ลงพื้นที่ตรวจสวนเพื่อให้กำลังใจเกษตรกร โดย ดร.เพ็ญนภา หัสรังค์ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ได้ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานข้อสัญญา เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของชาวสวนไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ และรักษาเสถียรภาพกลไกตลาดทุเรียนปราจีนบุรีอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางกระแสดราม่า จังหวัดปราจีนบุรีไม่ได้หยุดนิ่ง        ยังเดินหน้าจัดงานยิ่งใหญ่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและโปรโมททุเรียน GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ในงาน "วันชาวสวน" แต่ดั้งเดิม หรือที่ปัจจุบันเรียกว่า "งานวันเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี ครั้งที่ 60 ประจำปี พ.ศ. 2569" โดยมีรายละเอียดการจัดงานดังนี้  กำหนดการจัดงาน: ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2569 (รวม 12 วันเต็ม)   บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.)

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ชมงานวันเกษตรจังหวัดปราจีนบุรีในกลางดึก  ค่ำคืนนี้ (28 พ.ค.) พบบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก    มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเลือกซื้อผลไม้เป็นจำนวนมาก

จากการสอบถาม นายมน อายุ 52 ปี และ น้องนิว อายุ 30 ปี (ตัวแทนร้านทุเรียนนายตั้ม) แม่ค้าทุเรียนประสบการณ์ตรงกว่า 10 ปี ที่เดินทางมาร่วมจำหน่ายผลผลิตในงานนี้ตั้งแต่เริ่มจัดงานทุกปี โดยคุณนิวเปิดเผยถึงลักษณะเฉพาะของทุเรียนปราจีนบุรีว่า ทุเรียนในพื้นที่ส่วนใหญ่จะไม่เน้นเรื่องรูปทรงที่กลมดิ๊กเหมือนทุเรียนส่งออก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นทุเรียนจากสวนผสมของชาวสวนในพื้นที่จริงๆ ที่ปลูกและดูแลเอง รูปทรงจึงมีความหลากหลายหรือคละกันไป ซึ่งการซื้อขายทุเรียนปราจีนบุรีจะนิยมซื้อขายแบบคละเกรด (รวมไซส์) เพราะทำราคาได้ดีกว่าและซื้อง่ายขายคล่องกว่า เนื่องจากจุดเด่นที่แท้จริงคือเรื่องของ "คุณภาพเนื้อ" ไม่ใช่รูปทรง"ทุเรียนปราจีนเราไม่สวย คนเขาก็ซื้อ เพราะเราขายเนื้อคุณภาพ รูปทรงไหนก็อร่อย เนื้อสวยเหมือนในตู้ หวานมันอยู่แล้ว เป็นเนื้อ 1 ไม่อยากให้คำนึงถึงรูปลักษณ์ภายนอก แต่อยากให้คำนึงถึงเนื้อในมากกว่า" คุณนิว กล่าว

เมื่อสอบถามถึงประเด็นดราม่าเรื่องทุเรียนรูปทรงบิดเบี้ยวในตลาดปัจจุบัน คุณนิวให้ความเห็นว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองและความคิดเห็นส่วนบุคคล บางคนอาจจะชอบลูกทรงสวยงาม บางคนก็รับได้กับทรงไม่สวย ซึ่งในความเป็นจริงการตกลงซื้อขายระหว่างเจ้าของสวนกับผู้ซื้อเป็นปัจจัยหลัก ว่าตกลงกันไว้ที่ไซส์ไหน ราคาอย่างไร หากจะหาทุเรียนทรงสวยล้วน (เกรด AB) ในปริมาณมากๆ จากสวนในปราจีนบุรีถือว่าเป็นไปได้ยาก เพราะแต่ละสวนเป็นสวนผสม ไม่ใช่สวนเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่

สำหรับบรรยากาศในงานเกษตรปีนี้ คุณนิวระบุว่า ทางร้านได้เตรียมทุเรียนมาจำหน่ายประมาณ 3-4 ตัน โดยวันแรกยอดขายอาจจะยังไม่มากนัก แต่ก็ขายได้หลายร้อยกิโลกรัม ส่วนราคาขายปลีกทุเรียนเกรด VIP (ทรงสวย) อยู่ที่กิโลกรัมละ 180 บาท นอกจากนี้ ทางร้านยังมีราคาขายส่งสำหรับผู้ที่ซื้อในปริมาณมาก หากสั่งซื้อตั้งแต่ 100 กิโลกรัมขึ้นไป จะได้ราคาพิเศษเพียงกิโลกรัมละ 140 บาทเท่านั้น พร้อมกันนี้คุณนิวได้ฝากเชิญชวนลูกค้ารวมถึงคนดังอย่าง "อาจารย์เบียร์" ให้มาลองเดินเลือกซื้อทุเรียนด้วยตัวเองที่งาน เพื่อจะได้เห็นของจริงจากมือคนขายโดยตรง ถูกใจลูกไหนสามารถยกกลับบ้านได้ทันทีในราคาเป็นกันเอง โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

ขณะที่ ป้าติ๋ม หรือ นางนิภาพร ชาญยงค์ อายุ 66 ปี ชาวสวนอาวุโส ได้ร่วมสะท้อนมุมมองดราม่าทุเรียนทรงบิดเบี้ยว โดยเปิดเผยว่า เรื่องมาตรฐานทุเรียนเกรด AB หรือทรงบิดเบี้ยวนั้น แท้จริงแล้วต้องย้อนกลับไปดูที่ข้อตกลงและรายละเอียดในสัญญาซื้อขายตั้งแต่แรกว่ามีการตกลงกันไว้อย่างไร เนื่องจากคำว่า “ทุเรียนไซส์ AB” ของแต่ละพื้นที่และแต่ละจังหวัดนั้นมีมาตรฐานและลักษณะที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงขั้นตอนในการดูแลรักษาต้นไม้และผลผลิตของชาวสวนแต่ละรายก็ไม่เหมือนกัน แม้จะมีความใกล้เคียงกันก็ตาม ดังนั้นเรื่องของเกรดและคุณภาพจึงจำเป็นต้องยึดตามที่ระบุไว้ในสัญญาเป็นหลัก

นอกจากนี้ ป้าติ๋ม ยังได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับค่านิยมการซื้อขายผลผลิตในท้องถิ่นว่า "ปกติแล้วที่ปราจีนบุรีบ้านเราเนี่ย ไม่เคยมีคำว่า AB หรอก ที่ปราจีนจะมีแต่คำว่า 'แก่จัด' กับ 'ลูกเล็ก' เท่านั้น ส่วนทุเรียนไซส์เล็กๆ ก็อาจจะเป็นอีกราคาหนึ่ง เพราะเดิมทีทุเรียนปราจีนเราจะเน้นขายที่เนื้อทุเรียนและความอร่อยเป็นหลัก โดยเน้นไปที่ความแก่จัดของทุเรียน มากกว่าจะมาเน้นเรื่องรูปทรงภายนอก"

เมื่อถามว่าอยากจะฝากอะไรถึงประชาชนและผู้บริโภคเกี่ยวกับกระแสดราม่าทุเรียนในขณะนี้ ป้าติ๋ม นิภาพร ระบุว่า อยากให้ทุกฝ่ายดำเนินการไปตามขั้นตอนอย่างรอบคอบ ทั้งในส่วนของผู้บริโภค ตัวอาจารย์เบียร์ รวมถึงพี่น้องเกษตรกรชาวสวนเองด้วย เนื่องจากทุกอย่างขึ้นอยู่กับสัญญาและการเข้ามาตรวจสอบหน้างาน ทั้งนี้ จึงอยากแนะนำว่าก่อนที่จะมีการทำสัญญาซื้อขายใดๆ ควรจะมีการมาดูผลผลิตและตรวจสอบหน้างานร่วมกันก่อน ว่าผลผลิตทุเรียนที่จะตัดในแต่ละรุ่นมีรูปทรงและลักษณะแบบไหน เป็นสิ่งที่ยอมรับร่วมกันได้หรือไม่ หากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันและรับได้ จึงค่อยตกลงทำสัญญาร่วมกัน ซึ่งเรื่องนี้ควรเป็นข้อตกลงที่ชัดเจนระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายเพื่อป้องกันปัญหาในภายหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ท้ายที่สุดป้าติ๋ม นิภาพร ยังได้ฝากข้อความผ่านสื่อมวลชนไปถึงอาจารย์เบียร์ด้วยความเอ็นดูและเป็นกันเองตามประสาผู้ใหญ่ว่า ในปีแรกนี้อาจจะมีอุปสรรคหรือความไม่เข้าใจกันบ้างก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เป็นไรเลย ทุกอย่างสามารถคิดใหม่ทำใหม่เริ่มต้นกันใหม่ได้เสมอ และหากในอนาคตหรือปีหน้า อาจารย์เบียร์ยังสนใจจะขายทุเรียนอีก ทางกลุ่มแม่ค้าทุเรียนปราจีนบุรีก็พร้อมยินดีต้อนรับ

"ฝากบอกอาจารย์เบียร์ทีหลังนะ ถ้าจะขายทุเรียนน่ะ ให้มาจ้างพวกเราจัดเวทีขายให้เลย ตัวอาจารย์เบียร์มีหน้าที่ไลฟ์สดขายอย่างเดียวพอ ส่วนเรื่องทีมงานตัดทุเรียน ทีมงานปอก ทีมงานคัดเกรดคัดเบอร์ เดี๋ยวพวกเราจัดการให้เสร็จสรรพ" ป้าติ๋ม กล่าวพร้อมรอยยิ้มอารมณ์ดี เพื่อลดอุณหภูมิความขัดแย้งของดราม่าในครั้งนี้

มานิตย์ สนับบบุญ-ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ / ปราจีนบุรี