IN NEWS

นายกฯพอใจมากเยือนออสซี่-กีวีในวันแรก พบเอกชชั้นนำชมไทยปลายทางการลงทุน



นายกฯ “พอใจมาก” เยือน ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ วันแรก พบเอกชนออสเตรเลียชั้นนำ ชมไทย ปลายทางการลงทุน ก่อนหน้านี้ได้หารือ Canva ดัน Creative Economy ไทยสู่ตลาดโลก ชูพลังวัฒนธรรม–คนไทยมี Talent เชื่อมครีเอเตอร์–SMEs สร้างรายได้กลับประเทศ ชวนตั้งนิติบุคคล–ดึง Talent ทำงานในไทยและ เยี่ยมชม Thai Town นครซิดนีย์และนายกฯ เยี่ยมคารวะผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ สานต่อมิตรภาพไทย–ออสเตรเลีย เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจ นวัตกรรม และประชาชน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการเดินทางเยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการในวันแรกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พบหารือเป็นรายบริษัทกับผู้บริหารบริษัท Canva Pty. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านการสื่อสารด้วยภาพชั้นนำระดับโลก และได้กล่าวปาฐกถาในงาน “Thailand–Australia Investment and Business Partnership Reception” หัวข้อ “Thailand and Australia, A Strategic Partnership for Growth” ซึ่งมีผู้แทนภาคเอกชนชั้นนำของไทยและออสเตรเลียกว่า 70 บริษัทเข้าร่วม รวมทั้งได้เยี่ยมชมและพูดคุยกับผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจร้านอาหารในย่านชุมชนไทย หรือ Thai Town ด้วย

นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจว่า การได้พูดคุยกับภาคเอกชน ทั้งในลักษณะรายบริษัท เช่น Canva และการเป็นประธานในงาน Thailand–Australia Investment and Business Partnership Reception ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำให้เห็นว่า กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของออสเตรเลียมีความเชื่อมั่นในเสถียรภาพและศักยภาพของประเทศไทยเป็นอย่างมาก พร้อมมองไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับการลงทุน โดยประเทศไทยมีปัจจัยดึงดูดนักลงทุนสูงมาก และเมื่อเรายิ่งสร้างความสมานฉันท์ภายในประเทศ แรงดึงดูดเหล่านี้ก็จะยิ่งมีพลังเพิ่มมากขึ้น

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ความเชื่อมั่นดังกล่าวเป็นผลมาจากความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมือง ความพร้อมด้านระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ตลอดจนนโยบาย Thailand FastPass ของบีโอไอ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาและปลดล็อกจุดติดขัดให้แก่นักลงทุนอย่างเบ็ดเสร็จ ทำให้นักธุรกิจต่างชาติตอบรับและมองไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการลงทุน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนมีความเชื่อมั่นในประเทศไทยเสมอมา และได้ให้ความสำคัญกับการเดินทางครั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรับฟังความต้องการของนักลงทุนอย่างแท้จริง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้รับเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บีโอไอรายงานว่า มียอดการลงทุนสูงถึง 60,000 ล้านออสเตรเลียดอลลาร์ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งเทคโนโลยีจากออสเตรเลียยังสามารถเชื่อมโยงและสนับสนุนห่วงโซ่อุปทาน ภายในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ปัจจุบันออสเตรเลียมีความต้องการน้ำมันอากาศยาน (Jet Fuel) เป็นจำนวนมาก ขณะที่ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันอากาศยานส่วนเกินจากความต้องการภายในประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับกระบวนการผลิตน้ำมันดีเซลในปริมาณมาก หากรัฐบาลออสเตรเลียแสดงเจตจำนง รัฐบาลไทยก็พร้อมพิจารณาปลดล็อกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดทางให้มีการส่งออกน้ำมันอากาศยานไปยังออสเตรเลีย ซึ่งนอกจากจะช่วยตอบสนองความต้องการของออสเตรเลียแล้ว ยังเป็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกและสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยอีกด้วย

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงานไทยในออสเตรเลียว่า รัฐบาลจะต้องหารือกับฝ่ายออสเตรเลียในเรื่องนี้อย่างแน่นอน โดยจากการลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในย่าน Thai Town พบว่า ธุรกิจร้านอาหารไทยกำลังเติบโต แต่กลับเผชิญปัญหาการขาดแคลนเชฟและแรงงานฝีมือ ซึ่งรัฐบาลจะต้องเข้าไปช่วยเจรจาเพื่อคลี่คลายข้อจำกัดและอุปสรรคที่เกี่ยวข้อง

พร้อมกันนี้ รัฐบาลจะต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ฝ่ายออสเตรเลียว่า คนไทยที่เดินทางมาทำงานในปัจจุบันไม่ได้เข้ามาเพื่อดิ้นรนทำงานอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรือผิดกฎหมาย แต่เป็นแรงงานที่พร้อมนำความสามารถ ทักษะ และความเชี่ยวชาญมาสร้างคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจออสเตรเลีย ดังนั้น การเปิดโอกาสให้แรงงานฝีมือชาวไทยเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจออสเตรเลีย และถือเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศในลักษณะ Win-Win อย่างแท้จริง

นายกฯ หารือ Canva ดัน Creative Economy ไทยสู่ตลาดโลก 

เวลา 13.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย นางสาวรัชดา เปิดเผยว่า นายอนุทิน เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ Canva บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกด้านการสื่อสารด้วยภาพ พร้อมหารือกับ COO นายคลิฟ โอเบรคต์ (Cliff Obrecht) ผู้ร่วมก่อตั้งและ COO และนาย Willix Halim CEO Canva ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และนายภคพล ตั้งตงฉิน ผู้บริหาร ประจำภูมิภาค (ประเทศไทย ถึงความร่วมมือในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย (Drive Thailand’s Creative Economy) เพื่อนำผลงานของคนไทยเข้าสู่ตลาดโลก

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า Creative Economy เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการผลักดัน เพราะประเทศไทยมีทั้งบุคลากรที่มีความสามารถ (Talent) อัตลักษณ์ และทุนทางวัฒนธรรมที่มีพลัง สามารถต่อยอดเป็นสินค้า บริการ และทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าในตลาดโลกได้ โดยมองว่าแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Canva สามารถช่วยเปิดพื้นที่ให้การออกแบบและวัฒนธรรมไทยเข้าถึงผู้ใช้ทั่วโลก และเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นรายได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการทำงานร่วมกับ Local Creators และ SMEs ไทย โดยส่งเสริมให้มีการนำงานออกแบบ องค์ประกอบทางวัฒนธรรม และผลงานของครีเอเตอร์ไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มมากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถนำไปใช้ และเปิดโอกาสให้ Thai Creators ได้รับค่าตอบแทนจากผลงานของตนเอง ทำให้รายได้จากตลาดโลกไหลกลับมาสู่ประเทศไทย ซึ่ง  Canva ตั้งเป้าเพิ่มจำนวน Canva Creators ชาวไทยจากประมาณ 190 คน เป็น 1,000 คนภายในปี 2571

ขณะที่  Canva ได้กล่าวถึงการทำงานกับฝ่ายไทยว่า ได้ร่วมกับหน่วยงานไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อพัฒนาทักษะด้านการออกแบบ ดิจิทัล และ AI ให้แก่ SMEs เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับสินค้า บรรจุภัณฑ์ และการตลาดให้แข่งขันในต่างประเทศได้ รวมถึงขยายความร่วมมือด้านการศึกษา กับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เยาวชนไทยเข้าถึงเครื่องมือและทักษะที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจยุคใหม่

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชวน Canva พิจารณาจดทะเบียนนิติบุคคลและขยายฐานธุรกิจในประเทศไทย รวมทั้งนำบุคลากรที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาทำงานร่วมกับคนไทยให้เพิ่มขึ้นอีก  เพื่อสร้างการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ในประเทศ โดยเชิญชวนให้ Canva ทำงานใกล้ชิดกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทั้งการลงทุนและโครงการพัฒนาทักษะและเชื่อมช่องว่างด้านบุคลากร (Skill Bridge) เพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงานและบุคลากรในภาค SMEs

เพื่อให้เกิดผลตามที่หารือในครั้งนี้ ทาง BOI จะทำงานกับ Canva อย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการลงทุน การพัฒนาบุคลากร และการสร้างระบบนิเวศ Creative Economy ในประเทศไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไปนางสาวรัชดา กล่าว

นายกฯ เยี่ยมชม Thai Town นครซิดนีย์

เวลา 11.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย ซึ่งเร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมง นางสาวรัชดา เปิดเผยว่า นายอนุทิน พร้อมคณะ เดินทางเยี่ยมชมย่าน Thai Town ในนครซิดนีย์ และพบปะชุมชนไทย โดยมีนางโคลเวอร์ มอร์ (The Right Honourable Clover Moore AO) นายกเทศมนตรีนครซิดนีย์ (Lord Mayor of Sydney) ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมร้านค้าของคนไทยในพื้นที่   พร้อมร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายกรัฐมนตรีที่ร้าน Doodee King

นายกรัฐมนตรีชื่นชมนครซิดนีย์ที่ร่วมในการพัฒนา Thai Town และสนับสนุนแนวทางยกระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมไทยในออสเตรเลีย อาทิ การจัดสร้างงานศิลปะสาธารณะ แลนด์มาร์กทางวัฒนธรรม

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความสำเร็จของเทศกาล Sydney Lunar Festival โดยเฉพาะกิจกรรม Lunar Streets ในย่าน Haymarket ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ชุมชนชาวเอเชียที่มีความหลากหลายได้ร่วมเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรม   พร้อมขอบคุณนายกเทศมนตรีที่เปิดโอกาสให้ชุมชนไทยมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างของความร่วมมือที่ดีระหว่างชุมชนไทยกับนครซิดนีย์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมา Thai Town ได้รับความสนใจมากขึ้นจากการนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้สร้างสรรค์เนื้อหาด้านอาหารและการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยเผยแพร่ความเป็นไทยและทำให้ Thai Town เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ทั้งยังช่วยดึงดูดผู้มาเยือนและสร้างโอกาสให้แก่ร้านค้าและผู้ประกอบการในพื้นที่”

ตลอดเส้นทาง  คนไทยในชุมชนไทย ได้มาร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวทักทาย ร่วมถ่ายภาพอย่างเป็นกันเอง   และเดินชมร้านค้า ร้านอาหาร แวะชิมอาหารไทย พร้อมผู้คุยกับผู้ประกอบการคนไทย ตลอดเส้นทางด้วย

นายกฯเยี่ยมคารวะผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ 

เวลา 09.30น.ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง ณ ห้อง Drawing Room ทำเนียบรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย นางสาวรัชดาเปิดเผยว่า นายอนุทิน เข้าเยี่ยมคารวะนางมาร์กาเร็ต บีซลีย์ (The Honourable Margaret Beazley AC KC) ผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลีย และแนวทางการขยายความร่วมมือในสาขาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 14 ปี และชื่นชมออสเตรเลียในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในภูมิภาค โดยไทยและออสเตรเลียมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน และจะครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในเร็ว ๆ นี้ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังชื่นชมผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่ให้ความสำคัญและมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนไทยในรัฐนิวเซาท์เวลส์อย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสที่ได้รับการขยายวาระการดำรงตำแหน่งจนถึงเดือนพฤษภาคม 2571

นายกรัฐมนตรีชื่นชมรัฐนิวเซาท์เวลส์ในฐานะสังคมพหุวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ชุมชนจากทั่วโลก รวมถึงชุมชนไทย สามารถรักษาอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการมีส่วนร่วมในสังคม ปัจจุบันมีชาวไทยในรัฐนิวเซาท์เวลส์ประมาณ 30,000 คน และนักศึกษาไทยประมาณ 10,000 คนศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนนักศึกษา และการพัฒนากำลังคนในสาขาแห่งอนาคต ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียินดีต่อการเติบโตของการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับออสเตรเลีย โดยในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเดินทางมาไทยประมาณ 800,000 คน สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระดับประชาชนที่แน่นแฟ้นและมีพลวัตระหว่างสองประเทศ

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีขอบคุณรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่ให้การสนับสนุนชุมชนไทยและกิจกรรมทางวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงงาน Sydney Lunar Festival และการจัดงาน Thailand Grand Festival โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ในเดือนกันยายนนี้