IN NEWS

รัฐฯชู'หลักจุดเดียว'คุมน้ำท่วมน่าน24ชม. ระดม6กระทรวงอพยพคนและช่วยเหลือ



กรุงเทพฯ-รัฐบาลปักหลักตั้งศูนย์บัญชาการจุดเดียว รับมือวิกฤตน้ำท่วมน่าน 24 ชม. เชื่อมข้อมูลน้ำ–ดาวเทียม-ระบบเตือนภัย สั่งการได้ในทันที ระดม 6 กระทรวงเร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร แรงงาน ไปจนถึงการซ่อมบ้านและเครื่องมือทำกินหลังน้ำลด

วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในจังหวัดน่าน ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำน่านและพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างใกล้ชิด รัฐบาลได้ยกระดับการบัญชาการในพื้นที่ โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว (Single Command) และปักหลักติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือน การอพยพ และการระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นเอกภาพ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่สถานีวัดน้ำ N.1 อำเภอเมือง จังหวัดน่าน และตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลและแนวทางสั่งการร่วมกัน สามารถปรับกำลังและทรัพยากรเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้ทันที โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่การเดินทางและการช่วยเหลือทำได้ยากขึ้น ทั้งนี้ การตั้ง Single Command และการบัญชาการตลอด 24 ชั่วโมงเป็นความคืบหน้าสำคัญในการยกระดับการรับมือสถานการณ์ในพื้นที่ อว. ยกระดับเตือนภัย ใช้ดาวเทียมติดตามพื้นที่เสี่ยง

ด้านกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศ.ดร.ยศชนัน สั่งการ “อว.ส่วนหน้า” และทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยใน 3 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ น่าน พะเยา และลำพูน โดยให้ดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่การเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือน การจัดกำลังและเครื่องมือ การเตรียมศูนย์พักพิง การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงการสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูหลังน้ำลด

สำหรับระบบเตือนภัย อว.กำชับให้บูรณาการข้อมูลพื้นที่ต้นน้ำและจังหวัดข้างเคียง เพื่อประเมินแนวโน้มและแจ้งเตือนได้ทันท่วงที พร้อมเชื่อมการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast รวมถึงช่องทางของจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลและคำแนะนำที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันสถานการณ์

ขณะเดียวกัน สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้รับมอบหมายให้ใช้ข้อมูลดาวเทียมติดตามสถานการณ์น้ำ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง และส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่ พร้อมประสานข้อมูลกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ปภ. และกรมทรัพยากรน้ำ รวมถึงส่งเสริมการใช้แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง และรับการแจ้งเตือน

พร้อมกันนี้ ให้เตรียมกำลังพล เรือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือประจำจุดเสี่ยงล่วงหน้า รวมถึงเตรียมเฮลิคอปเตอร์ KA-32 สำหรับภารกิจอพยพและลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ในพื้นที่เข้าถึงยาก ตลอดจนเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมทั้งอาหาร น้ำดื่ม ระบบสาธารณสุข โรงครัว และวัตถุดิบที่จำเป็น

พม. เร่งดูแลกลุ่มเปราะบาง จัดข้อมูลพร้อมอพยพ

ด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งประสานทีม พมจ.น่าน ลงพื้นที่ร่วมกับจังหวัดและ ปภ. เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และคนพิการ ให้สามารถออกจากพื้นที่เสี่ยงได้อย่างปลอดภัย พร้อมจัดเตรียมศูนย์พักพิงและสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องอพยพ

ขณะเดียวกัน พม.เร่งปรับปรุงข้อมูลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ศูนย์บัญชาการสามารถระบุจุดที่ต้องเข้าช่วยเหลือและจัดลำดับความเร่งด่วนได้ทันที โดยเฉพาะครัวเรือนที่ไม่สามารถอพยพได้ด้วยตนเอง รวมถึงเตรียมการช่วยเหลือและดูแลต่อเนื่องในศูนย์พักพิง

เกษตรฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ–เครื่องจักร เร่งระบายน้ำ ลดความเสียหายภาคเกษตร

ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมชลประทานระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมติดตามระดับน้ำและสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจในจุดที่ยังมีความเสี่ยง

ส่วนการช่วยเหลือภาคการเกษตร ให้เตรียมขนย้ายสัตว์เลี้ยงและสิ่งของจำเป็นออกจากพื้นที่เสี่ยง ลดความเสียหายต่อผลผลิตและทรัพย์สินของเกษตรกร รวมถึงเตรียมเสบียง ยา และเวชภัณฑ์สำหรับพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้สามารถสนับสนุนประชาชนและเกษตรกรได้ทันทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

แรงงานดูแลลูกจ้าง–ผู้ประกอบการ ลดผลกระทบจากน้ำท่วม

ด้านกระทรวงแรงงาน รัฐบาลขอความร่วมมือนายจ้างพิจารณาให้ลูกจ้างที่ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้จากสถานการณ์น้ำท่วมหยุดงานได้ โดยไม่นับเป็นวันลา เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของลูกจ้าง ขณะที่นายจ้างหรือผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายสามารถขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รายละไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 5 ปี เพื่อใช้ซ่อมแซมและฟื้นฟูสถานประกอบการ

ศธ. เตรียมสถานศึกษาเป็นพื้นที่ช่วยเหลือ–ส่งทีมช่างฟื้นฟูหลังน้ำลด

ด้านกระทรวงศึกษาธิการ กำชับสถานศึกษาในพื้นที่ประสบภัยให้ยึดความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก โดยผู้บริหารสถานศึกษาสามารถพิจารณาสั่งหยุดเรียนชั่วคราวตามความเหมาะสมของสถานการณ์ พร้อมเตรียมสถานศึกษาเป็นศูนย์พักพิงหรือจุดช่วยเหลือประชาชนหากมีความจำเป็น

ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเตรียมทีมช่างอาชีวะลงพื้นที่ทันทีหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อช่วยตรวจสอบและซ่อมแซมบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ และเครื่องมือทำกินที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม รวมถึงเตรียม “ครัวอาชีวะ” สนับสนุนอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนในช่วงฟื้นฟู

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การตั้ง Single Command ทำให้การรับมือสถานการณ์ในจังหวัดน่านมีจุดบัญชาการร่วมที่สามารถติดตามข้อมูลและสั่งการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเชื่อมข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้การแจ้งเตือน การอพยพ และการจัดสรรกำลังและเครื่องมือไปยังพื้นที่เสี่ยงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่การระดมกำลังจาก 6 กระทรวงทำให้การช่วยเหลือครอบคลุมทั้งการรักษาความปลอดภัยของประชาชน การจัดการน้ำ การดูแลกลุ่มเปราะบาง การช่วยเหลือภาคเกษตรและแรงงาน ตลอดจนการฟื้นฟูหลังน้ำลด

“รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะระดับน้ำในลำน้ำน่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมเร่งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ปฏิบัติตามคำแนะนำและอพยพไปยังจุดปลอดภัยเมื่อได้รับแจ้งเตือน ขณะเดียวกันได้เตรียมกำลัง เครื่องมือ และมาตรการฟื้นฟูไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ทันทีที่สถานการณ์คลี่คลาย สามารถเข้าสำรวจความเสียหาย เยียวยา และฟื้นฟูบ้านเรือน อาชีพ และการดำรงชีวิตของประชาชนได้โดยเร็วที่สุด” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว