BANGKOK

กทม.เร่งเยียวยาปชช.ไฟไหม้คลองถมฯ กั้นพื้นที่เสี่ยงตรวจคุณภาพอากาศ



กรุงเทพฯ-กทม. เร่งเยียวยาประชาชนเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ กั้นพื้นที่เสี่ยง ตรวจคุณภาพอากาศ-เฝ้าระวังสุขภาพ เดินหน้าป้องกันเหตุซ้ำ

นายสมานมิตร แยงไธสง ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเยียวยาประชาชนหลังเหตุเพลิงไหม้อาคารศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ ซึ่งสำนักงานเขตฯ ได้ดำเนินการกั้นพื้นที่อาคารเป็นเขตอันตรายห้ามเข้า เนื่องจากโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายและมีความเสี่ยงต่อการพังทลายเพิ่มเติม เพื่อป้องกันอันตราย ที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนที่สัญจรไปมา พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารอย่างต่อเนื่อง ส่วนด้านการช่วยเหลือเยียวยา สำนักงานเขตฯ ได้ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร บริเวณศาลาวัดพระพิเรนทร์ ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 69 ร่วมกับสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ศูนย์บริการสาธารณสุข 20 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อรับเรื่องการขอเยียวยาจากภาครัฐของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่แจกหน้ากากอนามัย ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันฝุ่นควันและสารพิษในอากาศ รวมถึงทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ พร้อมทั้งประสานหน่วยงาน  ที่เกี่ยวข้องติดตามและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมสนับสนุนการดูแลด้านสุขภาพและการช่วยเหลือในเบื้องต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่

สำหรับการป้องกันเหตุอัคคีภัยในระยะต่อไป สำนักงานเขตฯ ได้ตรวจสอบอาคารที่มีความเสี่ยงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาด อาคารเก่า อาคารพาณิชย์ที่มีสินค้า หรือวัสดุที่ติดไฟง่ายจำนวนมาก และอาคารที่มีโครงสร้างเหล็ก พร้อมจัดทำโครงการป้องกันและให้ความรู้เรื่องอัคคีภัย การอพยพหนีไฟอย่างถูกวิธี รวมถึงการฝึกใช้ถังดับเพลิงและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ร่วมกับสถานีดับเพลิงและกู้ภัยในพื้นที่ ให้กับชุมชนในพื้นที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ จะดำเนินการตรวจสอบอาคารและพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าของอาคาร ผู้ประกอบการ และประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

ด้าน นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวว่า สนอ. ได้จัดเจ้าหน้าที่กลุ่มจัดการสารเคมีและวัตถุอันตรายในสถานประกอบการ สำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณจุดเกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ จำนวน 16 จุด เพื่อเฝ้าระวังมิให้มลพิษส่งผลกระทบต่อประชาชนบริเวณใกล้เคียง โดยใช้เครื่องตรวจวัดหาปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) เครื่องตรวจวัด PID แบบมือถือ เครื่องวัดปริมาณก๊าซพิษชนิดอ่านค่าได้ทันที (Gas Detector) และเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (Aerocet 532) โดยผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ภาพรวมผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้ง 16 จุด พบว่า ค่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S) ไม่เกินค่ามาตรฐานทุกจุดตรวจวัด โดย CO ตรวจพบในบางจุดในระดับ 5 หนึ่งส่วนในล้านส่วน ขณะที่ H₂S ไม่พบทุกจุด ส่วนสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ตรวจพบในบางพื้นที่ โดยมีค่าความเข้มข้นตั้งแต่ 0.01–0.4 หนึ่งส่วนในล้านส่วน

สำหรับฝุ่นละออง PM2.5 พบว่าบางพื้นที่มีค่าสูง โดยจุดที่ตรวจพบค่าสูง ได้แก่ บริเวณด้านข้างคลองถมเซ็นเตอร์ 640 ไมโครกรัม (มคก.) /ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม) หน้าห้างหุ้นส่วนจำกัดไพบูลย์สินซัพพลายส์ 636 มคก./ลบ.ม. บริเวณหน้ากิมเล้ง ถนนนครศรีธรรมราช 57 มคก./ลบ.ม. ด้านหน้าอาคารวรจักร 800 มคก./ลบ.ม. ด้านข้างอาคารวรจักร 290 มคก./ลบ.ม. และบริเวณแยกวรจักรฝั่งหน้าวัดพระพิเรนทร์ 822 มคก./ลบ.ม. โดยจุดดังกล่าวมีค่าเกินมาตรฐานที่กำหนดไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. ส่วน PM10 พบว่าเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม. ในทุกจุดตรวจวัด โดยค่าที่ตรวจพบมีตั้งแต่ 168–4,325 มคก./ลบ.ม. ทั้งนี้ บริเวณที่ตรวจพบค่าฝุ่นสูงส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุและพื้นที่ด้านใต้ลม ขณะที่บริเวณภายในโรงพยาบาลกลาง ซึ่งอยู่ในทิศเหนือลม ตรวจพบค่า PM2.5 อยู่ในระดับ 15–18.5 มคก./ลบ.ม. และค่า PM10 อยู่ในระดับ 168–270 มคก./ลบ.ม. ทั้งนี้ ค่ามาตรฐานอ้างอิงตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง ค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลัน ระดับ 1 หรือ AEGL 1 (ระดับที่ 1 ระดับความเข้มข้นสูงสุดของสารเคมีในบรรยากาศ ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน) ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2547) เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป และประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดมาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในบรรยากาศทั่วไป (ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง)

สำหรับมาตรการป้องกันในการดูแลสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในจุดที่มี ค่าฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 เกินมาตรฐาน ประชาชนสามารถอพยพไปอยู่ในจุดพักพิงที่อยู่ในทิศเหนือลม และหากประชาชนต้องการอยู่ในบ้านเรือนของตนเอง จะต้องอยู่ในห้องที่ปิดมิดชิดและมีเครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องฟอกอากาศ หลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตและการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือนอกบ้าน และควรสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ได้ ทั้งนี้ ศบส. 20 ป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้ร่วมปฏิบัติงานที่กองอำนวยการ ซึ่งตั้งบริเวณวัดพระพิเรนทร์ โดยจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล และนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อดูแลสุขภาพเบื้องต้น มอบหน้ากากอนามัย ค้นหากลุ่มเปราะบาง รวมทั้งผู้ได้รับผลกระทบทั้งกายและใจ นอกจากนี้ สำนักงานเขตฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบอาคารที่มีความเสี่ยงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และจัดทำโครงการป้องกันและให้ความรู้เรื่องอัคคีภัย การอพยพหนีไฟอย่างถูกวิธี รวมถึงการฝึกใช้ถังดับเพลิงและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ร่วมกับสถานีดับเพลิงและกู้ภัยในพื้นที่ ให้กับชุมชนในพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ